พระบรมรูปกษัตริย์เซจงมหาราช (Statue of King Sejong) - เที่ยวด้วยตัวเอง

พระบรมรูปกษัตริย์เซจงมหาราช (Statue of King Sejong)

เซจงแดวังดงซัง (Statue of King Sejong, 세종대왕동상) เป็นอีกหนึ่งอนุสาวรีย์ที่โดดเด่น ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “รูปปั้นที่โดดเด่นที่สุดของเกาหลีใต้” และยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ จัตุรัสควางฮวามุน (Gwanghwamun Square) นอกเหนือไปจาก อนุสาวรีย์ของพลเรือเอกอีซุนชิน (Statue of Admiral Yi Sun-Shin) ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าของ พระราชวังเคียงบก (Gyeongbokgung Palace)

และมีฉากหลังเป็น ภูเขาบุกฮันซาน (Bukhansan) อยู่ในกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคยองกี (คยองกีโด, Gyeonggi-do) ในประเทศเกาหลีใต้

รูปปั้นกษัตริย์เซจงมหาราช (King Sejong Statue) ถูกสร้างขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันฮันกึลของปี ค.ศ. 2009 เพื่อการระลึกถึงและเป็นการประกาศถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ในการเป็นพระราชาของพระองค์ รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ที่มีมีรอยยิ้ม ที่อ่อนโยนบนใบหน้า และมีความสูง 9.5 เมตร อยู่ในท่วงท่านั่งและถือหนังสือในมือซ้าย

กษัตริย์เซจงมหาราช


Sejong the Great (세종대왕; 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1397 – 8 เมษายน ค.ศ. 1450) ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่สี่ ของราชวงศ์โชซอน และเป็นที่รู้จักในฐานะของ ผู้ประดิษฐ์อักษรฮันกึล และเป็นหนึ่งในสองกษัตริย์เกาหลี ที่ได้รับสมัญญานามเป็นมหาราช ซึ่งถือเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ของประเทศเกาหลี

อักษรฮันกึล

Hangeul (Hangul, 한글) ตัวอักษรมีจำนวน 28 ตัว พยัญชนะแต่ละตัวมีรูปแบบที่เรียบง่าย และออกเสียงด้วยปากลิ้นและฟัน ที่มีการเลียนแบบเสียงธรรมชาติ การประดิษฐ์เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1443 และถูกตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1446 โดยในวันที่ 9 ตุลาคมของทุกปี จึงถือเป็นวันฮันกึล (Hangeul Day, 한글날) ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของประเทศเกาหลีใต้

นอกจากนี้ในระหว่าง การครองราชย์ของพระองค์ ได้ทรงรวบรวมพื้นฐานสำหรับการปกครองราชวงศ์โชซอน โดยผสมผสานเข้ากับปรัชญาการเมืองของขงจื้อ และยังทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ในด้านการเกษตร, วรรณกรรม, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอีกด้วย ที่บริเวณด้านหน้าของรูปปั้นนั้น มีแบบจำลองของผลงาน การประดิษฐ์ที่โดดเด่น จากการคิดค้นของพระองค์ และถูกสร้างโดย จางยองชิล (Jang Yeong-sil, 장영실; ค.ศ. 1390 – ค.ศ. 1442) นักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ ในสมัยราชวงศ์โชซอน ได้แก่ ลูกโลกสวรรค์, นาฬิกาแดด และมาตรวัดน้ำฝน

* เรียงลำดับจากใกล้ไปไกล: ลูกโลกสวรรค์, มาตรวัดน้ำฝน และนาฬิกาแดด

ลูกโลกสวรรค์

ลูกโลกสวรรค์ (Celestial globe) หรือเรียกในภาษาเกาหลี ว่า โฮชอนนุย (혼천의) เป็นเครื่องมือซึ่งใช้ ในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ เพื่อทำนายสภาพอากาศ และยังสามารถนำมาใช้ เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารอีกด้วย

มาตรวัดน้ำฝน

มาตรวัดน้ำฝนมาตรฐานแห่งแรกของโลก ชื่อว่า ชึกูกี (Cheugugi, 측우기) ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ ในปี ค. ศ. 1442 แทนที่ระบบวัดและรายงานปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคเพื่อการเกษตรแบบดั้งเดิม ด้วยวิธึวัดความลึกของน้ำฝนในแอ่งน้ำ ซึ่งวิธีดังกล่าวไม่สามารถ บอกปริมาณน้ำฝนที่แน่นอนได้ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ดูดซึมลงสู่พื้นดิน มีความแตกต่างกันตามลักษณะของดินในแต่ละภูมิภาค

ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1441 พระเจ้าเซจงมหาราชจึงสั่งให้ ควันซังกัม (Gwansanggam, 관상감) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งอาณาจักรโชซอน สร้างภาชนะน้ำฝนชึกูกี (Cheugugi, 측우기) ตามความคิดของมกุฎราชกุมาร ซึ่งต่อมากลายเป็นพระเจ้ามุนจงแห่งโชซอน ในยุคแรกมันทำจากเหล็ก แต่มีทองแดงและเซรามิกที่สร้างขึ้นในภายหลัง และถูกใช้ในเขตเมืองหลวงเท่านั้น ต่อมาในปี ค. ศ. 1442 พระเจ้าเซจงมหาราชได้สั่งให้ มีการออกแบบระบบที่ได้มาตรฐาน และมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อติดตั้งที่ลานของสำนักงานแต่ละแห่ง เพื่อใช้วัดและบันทึกปริมาณน้ำฝน

นาฬิกาแดด

นาฬิกาแดด (Sundial) ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกและเรียกว่า อังบูอิลกู (Angbu Ilgu, 앙부일구) ซึ่งมีความหมายถึง นาฬิกาพระอาทิตย์ที่จ้องมองท้องฟ้า นาฬิกาทำจากทองสัมฤทธิ์ และมีรูปทรงเหมือนชาม ซึ่งมีลักษณะเหมือนส่วนเว้าของโลก ในขณะที่ตัวอักษรและลายเส้น ถูกเคลือบเป็นสีเงิน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมีประสิทธิภาพ ในการแสดงภาพและเส้นฤดูกาล ที่เปลี่ยนแปลงตามการหมุนของดวงอาทิตย์

เส้นทางน้ำแห่งประวัติศาสตร์ (Memorial Waterway)


ที่บริเวณด้านหลังของรูปปั้น คุณจะได้พบกับเสาสีทองจำนวน 6 ต้น ซึ่งถูกแกะสลักอย่างปราณีตและสวยงาม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ ความสำเร็จที่สำคัญของพระองค์ รวมไปถึงเส้นทางน้ำแห่งประวัติศาสตร์ (Memorial Waterway) ซึ่งเป็นสายน้ำที่ไหลบนกระเบื้อง พร้อมจารึกประวัติศาสตร์เกาหลี และมีเส้นทางการไหลไปยัง สถานีรถไฟใต้ดินควางฮวามุน (Gwanghwamun Station) และไปสู่คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream)

จตุรัสควางฮวามุน


Gwanghwamun Square (광화문광장) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ควางฮวามุนพลาซ่า (Gwanghwamun Plaza)” จตุรัสแห่งนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซึ่งเชื่อมต่อระหว่างประตูควางฮวามุน (Gwanghwamun Gate) และชองกเยพลาซ่า (Cheonggye Square) จตุรัสแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามของพระราชวังเคียงบก (Gyeongbokgung Palace) และมีฉากหลังเป็น ภูเขาบุกฮันซาน (Bukhansan Mountain)  และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง อ่านเพิ่มเติม

พระราชวังเคียงบก


คยองบกกุง (Gyeongbokgung, 경복궁) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1395 เพื่อเป็นพระราชวังหลักแห่งแรก ของราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูเขาบุกฮันซาน (Bukhansan Mountain) ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นพระราชวัง ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด ของ พระราชวังหลวงทั้งห้าแห่งในกรุงโซล (Seoul) ภายในพระราชวังยังเป็นที่อยู่ของ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเกาหลี (National Palace Museum of Korea) และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) อ่านเพิ่มเติม

ที่อยู่ Sejong-daero, Sejongno, Jongno-gu, Seoul, South Korea (서울특별시 종로구 세종로 세종대로)

ข้อมูลเพิ่มเติม

สายด่วนการท่องเที่ยว 1330: + 82-2-1330 (เกาหลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย, เวียดนาม, ไทย, มาเลย์)

ติดต่อสอบถาม +82 2-2133-7732

Website: plaza.seoul.go.kr

เวลาทำการ เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม ฟรี

การเดินทาง

City Hall Station (시청역, ชิชองหยอก, Seoul Subway Line 1 หรือ Line 2) และออกทางออกที่ 3 หรือ 4

Gyeongbokgung Station (경복궁역, คยองบกกุงหยอก, Seoul Subway Line 3) และออกทางออกที่ 6

Gwanghwamun Station (광화문역, ควางฮวามุนหยอก, Seoul Subway Line 5) และออกทางออกที่ 9

by Google Map

Statue of King Sejong (세종대왕동상)