พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea)

กุกนิบมินซกบักมุลกวัน (National Folk Museum of Korea, 국립민속박물관) เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้น ที่หอศาลาว่าการเมือง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1945 และเปิดให้บริการ ในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1946 เพื่อแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ ของชีวิตชาวเกาหลีดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงปี ค.ศ. 1910 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของราชวงศ์โชซ็อน (Joseon Dynasty)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่ง และอยู่ในบริเวณพื้นที่ เขตพระราชฐานชั้นใน ของพระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung Palace) ในกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคย็องกี (คย็องกีโด, Gyeonggi-do) ของประเทศเกาหลีใต้

ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วย ห้องโถงนิทรรศการหลักสามแห่ง โดยจัดแสดงเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของชาวเกาหลี ซึ่งจัดแบ่งเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เครื่องไม้สอยในชีวิตประจำวัน, เครื่องใช้ในพิธีจัดศพงาน, ผลงานทางศิลปะชิ้นสำคัญๆ และหุ่นจำลองต่างๆ เนื้อที่จัดแสดงค่อนข้างกว้างขวาง และมีชิ้นงานจัดแสดงมากกว่า 98,000 รายการ โดยมีรายละเอียดดังนี้


ห้องโถงนิทรรศการ 1: ชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิมของเกาหลี

Korean Traditional Daily Life (한국인의 하루) โถงจัดแสดงนิทรรศการถาวร เกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และการดำรงชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึกของชาวเกาหลี ในตอนปลายสมัยโชซ็อน (Joseon Dynasty) จากศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 20

โดยแบ่งเป็นสี่ห้องหลักๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของ กิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า, การทำงานและพักผ่อน ในช่วงกลางวัน, ในยามค่ำคืนเมื่อกิจกรรมทั้งหมดเสร็จสิ้น และในส่วนสุดท้าย เป็นห้องจัดแสดงวิถีชีวิต ในวันที่ทันสมัย ของสังคมอุตสาหกรรม


ห้องโถงนิทรรศการ 2: วิถีแห่งเกาหลี

The Korean Way of Life (한국인의 일상) โถงจัดแสดงนิทรรศการถาวร เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ในสมัยโชซ็อน (Joseon Dynasty; ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ การดำรงชีวิตของชาวเกาหลีในสี่ฤดูกาล ของหมู่บ้านเกาหลี, ตลาดดั้งเดิม, การละเล่นพื้นบ้าน, งานหัตถกรรม, เครื่องแต่งกาย, อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ


ห้องโถงนิทรรศการ 3: วงจรชีวิตของชาวเกาหลี

Life cycle of the Koreans (한국인의 일생) โถงจัดแสดงนิทรรศการถาวร ซึ่งแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ ประเพณีวัฒนธรรม ของชาวเกาหลีในสมัยโชซ็อน (Joseon Dynasty; ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ได้แก่ การเกิดและการตาย, การศึกษา, การแต่งงาน, การละเล่นพื้นบ้าน, ประเพณี, พิธีกรรม และวัฒนธรรมของสังคม, ความเชื่อพื้นบ้าน เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี ยังเป็นสถานที่ในการเก็บรวบรวม และอนุรักษ์ไว้ซึ่งทรัพย์สิน ทางวัฒนธรรมระดับชาติ ได้แก่


ชินกูบ๊อบช็อนมุนโด

Singubeop Cheonmundo (신구법천문도) สมบัติหมายเลข 1318: เป็นแผนภูมิทางดาราศาสตร์ ของดาวเคราะห์ทั้งห้า ซึ่งถูกวาดขึ้นโดยสำนักดาราศาสตร์ ที่เรียกว่า ควานซังกัม (Gwansanggam, 관상감) แผนภูมิทางดาราศาสตร์ซึ่งมีความสำคัญ และบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเกาหลี  อันเป็นภูมิปัญญาในศตวรรษที่สิบแปด


ปฏิทินปีคย็องจิน

Gyeongjinnyeon Daetongnyeok (경진년대통력) สมบัติหมายเลข 1319: แททงหย็อก (Daetongnyeok, 대통력) เป็นปฏิทินจีนที่นำมาจากราชวงศ์หมิง ในปี ค.ศ. 1370 ช่วงปลายราชวงศ์โครยอ (Goryeo Dynasty) และถูกใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 300 ปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1653 ได้เปลี่ยนมาใช้ปฏิทินจันทรคติ (Siheonlyeog, 시헌력)


ฮพีช็อบ

Hapicheop (하피첩) สมบัติหมายเลข 1683-2: เป็นหนังสือเล่มเล็ก ที่เขียนในปี ค.ศ. 1810 ด้วยลายมือของ ช็องยักยง (Jeong Yakyong, 정약용; ค.ศ. 1762 – 1836) นักปราชญ์คนสำคัญ ในสมัยราชวงศ์โชซ็อน เพื่อแสดงความรัก ต่อลูกชายทั้งสองคนของเขา บนผืนผ้าที่ตัดจากกระโปรงเก่าของภรรยา


โชชิซัมย็องเจ โชซัง

Jossisamhyeongje Chosang (조씨삼형제 초상) สมบัติหมายเลข 1478: เป็นภาพวาดที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงเหลืออยู่ ภาพเหมือนของสามพี่น้องตระกูลโจ (Portrait of Three Jo Brothers) ซึ่งประกอบไปด้วยภาพของ

โชกเย (Jo Gye, 조계; ค.ศ. 1740-1813) พร้อมกับพี่น้องสองคนของเขา โชดู (Jo Du, 조두; ค.ศ. 1753-1810) และ โชกัง (Jo Gang, 조강; ค.ศ. 1755-1811) ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ เครื่องแต่งกายของขุนนาง ในสมัยราชวงศ์โชซ็อน

โดยชายทั้งสามแต่งตัวในชุดขุนนางที่เรียกว่า ชีบก (Sibok, 시복) และสวมหมวกไหมสีดำของข้าราชการ ซึ่งเรียกว่า โอซาโม (Osamo, 오사모) พี่ชายคนโตที่นั่งตรงกลาง สวมสายคาดเอวด้วยหัวเข็มขัดสีทอง สำหรับขุนนางระดับสูง ที่เรียกว่า ฮักจ็องกึมแด (Hagjeong Geumdae, 학정 금대) ในขณะที่พี่น้องของเขา สวมสายคาดเอวธรรมดา


ชเวชังเนชิก

Funeral Bier of Choi (최 장례식) มรดกวัฒนธรรมพื้นบ้าน แห่งชาติหมายเลข 230: เป็นคานหานศพซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1856 เพื่อใช้ประกอบพิธีศพของ ชเวพิลจู (Choi Pil-ju, 최필주) ผู้มีฐานะร่ำรวยของเมืองเมืองช็อนจู (Jeonju) ในจังหวัดช็อลลาเหนือ (ช็อลลาบุกโด, Jeollabuk-do) โดยในปี ค.ศ. 1944 ลูกหลานของเขาได้นำมาบริจาคแก่รัฐบาล เพื่อนำมาจัดแสดง และอนุรักษ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

ประเพณีหามศพของเกาหลี ในสมัยโบราณจนถึงปี ค.ศ. 1980 ในการเคลื่อนศพผู้ตายไปยังสุสาน จะใช้คานหามไม้ที่เรียกว่า ชังยอ (Bier, 상여) ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไป ตามแต่ละประเพณีของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งต้องใช้คนหามอย่างน้อย สิบหกถึงสามสิบสองคน

โดยคานหามศพ จะถูกประดับประดาโดยรอบไปด้วย “คกดู (Kkogdu, 꼭두)” เป็นงานแกะสลักไม้รูปร่างต่างๆ ได้แก่ คน, สัตว์, พืช, สิ่งของ และสิ่งอื่นๆ ในจินตนาการ ตกแต่งด้วยสีสันสดใสสวยงาม เพื่อปลอบประโลม และปกป้องวิญญาณของคนตาย


นิทรรศการกลางแจ้ง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมีพื้นที่ในการจัดนิทรรศการพิเศษ และนิทรรศการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ รวมถึงนิทรรศการกลางแจ้ง โดยจัดแบ่งเพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์, ประเพณี และมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีความหลากหลายของการจัดแสดง ได้แก่ โรงสีข้าว (Mullebang-asgan, 물레방앗간) เป็นเครื่องมือสีข้าว โดยใช้พลังงานของน้ำที่ไหลตามธรรมชาติ

— บ้านโอชน (Ochon House, 오촌댁) เป็นบ้านที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบบ้านแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ฮันอก (Hanok) บ้านของชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงในสมัยราชวงศ์โชซ็อน

— โรงพิมพ์ (Inswaeso, 인쇄소) จัดแสดงแท่นพิมพ์ และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ ที่ใช้ในระหว่างปี ค.ศ. 1930 ถึงปี ค.ศ. 1970

— เครื่องวัดระดับน้ำ (Supyo, 수표) เป็นเครื่องมือเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับภัยแล้งและน้ำท่วม ในสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1418 – ค.ศ. 1493)

— สวนเทพพิทักษ์ (Jangseung Garden, 장승동산) เทพพิทักษ์ หรือในภาษาเกาหลีเรียกว่า ชางซึง (Jangseung, 장승) ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางเข้า เพื่อปกป้องหมู่บ้านหรือสถานที่สำคัญ โดยปกติจะทำจากไม้หรือหิน สัญลักษณ์ของชายและหญิงสองคน ยืนตรงข้ามกันหรือยืนเคียงข้างกัน

— ถนนแห่งความทรงจำ (Street of Memories, 추억의거리) ถนนบริเวณด้านตะวันออกของพิพิธภัณฑ์ ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรม ในชีวิตประจำวันระหว่างปี ค.ศ. 1960 ถึงปี ค.ศ. 1970 ถนนที่มีทั้งความทันสมัยและร่วมสมัยของร้านต่างๆ เช่น ร้านค้า, ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ห้องการ์ตูน, ร้านแผ่นเสียง, ร้านตัดผม, ห้องแต่งตัว และสตูดิโอถ่ายภาพ เป็นต้น

— หอคอยหิน (Doltab, 돌탑) เป็นเจดีย์ที่เกิดจากการนำหินมาซ้อนกันในรูปทรงกรวย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน และวัตถุแห่งศรัทธาเพื่อการป้องกันภัยพิบัติ

— รูปปั้นหินมุนอินซ็อก และมูอินซ็อก (Muninseok and Mu-inseok, 문인석과 무인석) เป็นรูปปั้นหินเทพเจ้า 12 องค์ ที่สร้างขึ้นหน้าสุสานหลวง ของราชวงศ์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8

— รวมถึงวงเวียนรูปปั้นสัตว์สิบสองราศี (Twelve Band Statue, 열두띠 동상), ทลฮลึบัง (Dolhaleubang, 돌하르방) รูปปั้นหินสัญลักษณ์ของเกาะเชจู, โรงโม่บด (Yeonjabang-a, 연자방아) และยุ้งฉาง (Nalagdwiju, 나락뒤주) สำหรับเก็บข้าวและธัญพืช

โดยทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ลานกลางแจ้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมีการจัดการแสดงเกี่ยวกับ วัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้าน ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00 น. ในฤดูหนาว (มกราคม – ธันวาคม) และทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. ในฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)


พระราชวังคย็องบก

พระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung Palace)

คย็องบกกุง (Gyeongbokgung, 경복궁) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1395 เพื่อเป็นพระราชวังหลักแห่งแรก ของราชวงศ์โชซ็อน (ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูเขาบุกฮันซาน (Bukhansan Mountain) ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นพระราชวัง ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด ของ พระราชวังหลวงทั้งห้าแห่งในกรุงโซล

ภายในพระราชวังยังเป็นที่อยู่ของ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเกาหลี (National Palace Museum of Korea) และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) อ่านเพิ่มเติม

National Folk Museum of Korea (국립민속박물관)

ที่อยู่ 37 Samcheong-ro, Sejongno, Jongno-gu, Seoul, South Korea (서울특별시 종로구 세종로 삼청로 37)

ข้อมูลเพิ่มเติม

สายด่วนการท่องเที่ยว 1330: + 82-2-1330 (เกาหลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย, เวียดนาม, ไทย, มาเลย์)

ติดต่อสอบถาม +82-2-3704-3114 (อังกฤษ, เกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน)

website: nfm.go.kr (อังกฤษ, เกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน)

เวลาทำการ

มีนาคม – ตุลาคม: 09:00 – 18:00 น.

พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์: 09:00 – 17:00 น.

สัปดาห์สุดท้ายของทุกเดือน วันพุธ (วันวัฒนธรรม), วันศุกร์ และวันเสาร์: 09:00 – 21:00 น.

* เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิดทำการ 1 ชั่วโมง
* ปิดทำการ: มกราคม 1 ของทุกปี, วันตรุษจีน และเทศกาลชูซ็อก

ค่าเข้าชม

*สามารถใช้บัตรผ่านพระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung Palace) เข้าชมได้ฟรี

การเดินทาง

Gyeongbokgung Station (경복궁역, Seoul Subway Line 3) และออกทางออกที่ 5 เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

Gwanghwamun Station (광화문역, Seoul Subway Line 5) และออกทางออกที่ 2 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที เดินมุ่งหน้าสู่จตุรัสควางฮวามุน (Gwanghwamun Square) โดยจะอยู่ในอาณาบริเวณใกล้พระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung Palace)

by Google Map

National Folk Museum of Korea (국립민속박물관)