พระราชวังถ็อกซู (Deoksugung Palace)

ถ็อกซูกุง (Deoksugung, 덕수궁) เป็นพระราชวังที่มี ถนนกำแพงหินอันมีชื่อเสียง และเป็นพระราชวังซึ่งตั้งอยู่ อย่างโดดเด่นสง่างาม ท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตก ในใจกลางของกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคย็องกี (คย็องกีโด, Gyeonggi-do) ในประเทศเกาหลีใต้

แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้ เป็นที่พำนักอาศัย ของเจ้าชายวลซานแดกุน (Wolsandaegun, 월산대군; ค.ศ. 1454 – ค.ศ. 1488) พี่ชายของกษัตริย์ซ็องจงแห่งโชซอน (Seongjong of Joseon, 성종; ค.ศ. 1457 – ค.ศ. 1495)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1611 ได้ย้ายพระราชวังหลักไปยังพระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace) ในรัชสมัยการปกครองของ องค์ชายควังแฮกุน (Gwanghaegun, 광해군; ค.ศ. 1575 – ค.ศ. 1641) ทรงเรียกชื่อพระราชวังแห่งนี้ว่า พระราชวังคย็องอุน (คย็องอุนกุง, Gyeongungung Palace, 경운궁)

ในปี ค.ศ. 1904 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้พระราชวังได้รับความเสียหายและทรุดโทรม และในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน พระราชวังได้รับการบูรณะฟื้นฟู พร้อมกับการสร้างศาลเจ้า, สะพาน, อาคาร และอื่นๆ เพื่อเป็นที่พำนักของกษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종) รวมถึงปรับปรุงสถานที่ เพื่อความปลอดภัย และป้องกันจากการรุกรานของญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1907 พระราชวังถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง จากเดิมชื่อ พระราชวังคย็องอุน (Gyeongungung Palace) มาเป็นชื่อ พระราชวังถ็อกซู (Deoksugung Palace) และใช้ชื่อนี้มาจวบจนถึงปัจจุบัน โดยคำว่า ถ็อกซูกุง (Deoksugung, 덕수궁) นั้นมีความหมายว่า พระราชวังแห่งคุณธรรมและอายุยืน (Palace of Virtuous Longevity)

พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่เล็กที่สุด ในบรรดาของ พระราชวังหลวงทั้งห้าแห่งของกรุงโซล (Five Grand Palaces of Seoul) และเป็นเพียงหนึ่งในสองของพระราชวัง ที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรม ในช่วงปลายของสมัยโชซอน และเป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียว ที่มีภูมิทัศน์ซึ่งสวยงาม ซึ่งถูกรายล้อมไปด้วย อาคารสไตล์ตะวันตกแบบนีโอคลาสสิก และสวนสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของเกาหลี

การเดินเท้าท่องเที่ยว เพื่อเยี่ยมชมความงดงาม ของอาคารและสถานที่ต่างๆ โดยรอบของพระราชวัง ซึ่งประกอบไปด้วย สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง ได้แก่


ประตูแทฮันมุน

Deoksugung Daehanmun Gate

Daehanmun Gate (대한문) ประตูแห่งนี้มีชื่อดั้งเดิมว่า ประตูแทอันมุน (Daeanmun Gate, 대안문) ซึ่งเป็นประตูทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวัง เมื่อมีการสร้างอาคารแห่งใหม่ ทางด้านตะวันออกของพระราชวัง ในปี ค.ศ. 1906 จึงมีการเปลี่ยนประตูหลักของพระราชวัง ไปทางทิศตะวันตก และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ประตูแทฮันมุน (Daehanmun Gate, 대한문) ประตูแห่งนี้ได้รับการบูรณะฟื้นฟู ใน ปี ค.ศ. 1986 ภายหลังโครงการขยายถนน และการสร้างสะพาน อ่านเพิ่มเติม


พระที่นั่งชุงฮวา

Junghwajeon Hall (중화전) เป็นอาคารตั้งอยู่ด้านหลังของ ประตูทางเข้าอาคารที่เรียกว่า ประตูชุงฮวามุน ((Junghwamun Gate, 중화문) โดยในปี ค.ศ. 1902 ได้มีการบูรณะปรับปรุงอาคาร เพื่อใช้เป็นห้องโถงหลักของพระราชวัง สำหรับการดำเนินการของรัฐ, การประชุมอย่างเป็นทางการ และการต้อนรับทูตต่างประเทศ อ่านเพิ่มเติม


พระตำหนักฮัมย็อง

Hamnyeongjeon Hall (함녕전) เป็นอาคารซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1897 เพื่อเป็นเรือนนอนและเป็นที่พำนักของ กษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종) และเป็นอาคารที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ ของเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1904 ซึ่งเป็นที่สงสัยอย่างมากว่า เป็นการลอบวางเพลิงของจักรวรรดิญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสถานที่ สิ้นพระชนม์อย่างฉับพลัน ของกษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종) เมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1919 ซึ่งนำไปสู่ขบวนการอิสรภาพ 1 มีนาคม ค.ศ. 1919 ในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม


พระที่นั่งชึกโจ

Jeukjodang Hall หรือชึกโจดัง (Jeukjodang, 즉조당) เป็นห้องโถงสำหรับประกอบพระราชพิธี ในการขึ้นครองบัลลังก์ ของอดีตกษัตริย์ถึงสองพระองค์ คือ องค์ชายควังแฮกุน (Gwanghaegun, 광해군; ค.ศ. 1575 – ค.ศ. 1641) และกษัตริย์อินโจ (Injo of Joseon, 인조; ค.ศ. 1595 – ค.ศ. 1649)

อย่างไรก็ตามในรัชสมัย ของกษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종; ค.ศ. 1852 – ค.ศ. 1919) อาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นสำนักงานทั่วไป เช่นเดียวกับในช่วงรัชสมัยของ กษัตริย์ซ็อนโจ (Seonjo of Joseon, 선조; ค.ศ. 1552 – ค.ศ. 1608) โดยอาคารแห่งนี้มีทางเดินเชื่อมต่อกับ พระที่นั่งชุนมย็อง (Junmyeongdang Hall) ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ถัดไป


พระที่นั่งชุนมย็อง

Junmyeongdang Hall หรือชุนมย็องดัง (Junmyeongdang, 준명당) เป็นห้องโถงเพื่อใช้สำหรับ การรับรองแขกผู้มีเกียรติ และทูตต่างประเทศ ต่อมาในเดือนเมษายน ค.ศ. 1916 อาคารถูกใช้เป็นโรงเรียนอนุบาลชุนมย็องดัง (준명당) เพื่อการศึกษาของเจ้าหญิงท็อกฮเย (Princess Deokhye) โดยร่วมชั้นเรียนกับ เหล่าธิดาจากครอบครัวชนชั้นสูง เจ้าหญิงท็อกฮเย (Princess Deokhye ,덕혜옹주; ค.ศ. 1912 – ค.ศ. 1989) ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็ก และเป็นพระธิดาองค์โปรดของ กษัตริย์โคจง (Gojong of Korea) ซึ่งในปัจจุบันห้องโถงของอาคาร เป็นที่ประดิษฐานของภาพเขียน กษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종; ค.ศ. 1852 – ค.ศ. 1919) และจักรพรรดิซุนจง (Sunjong of Korea, 순종 융희제; ค.ศ. 1874 – ค.ศ. 1929)


พระตำหนักซ็อกออ

Seogeodang Hall หรือซ็อกออดัง (Seogeodang, 석어당) เป็นอาคารเพียงแห่งเดียวของพระราชวังที่มีหลังคาสองชั้น และอาคารไม่ได้ถูกทาสี จึงมีลักษณะคล้ายกับบ้านทั่วไปในเวลานั้น อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักชั่วคราวของราชวงศ์ ในช่วงการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่น (Japanese invasions of Korea, ค.ศ. 1592 – ค.ศ. 1598) การสู้รบครั้งนี้ประเทศเกาหลีเรียกว่า สงครามอิมจิน (Imjin War, 임진왜란)


พระที่นั่งถ็อกฮง

Deokhongjeon Hall หรือ ถ็อกฮงจ็อน (Deokhongjeon, 덕홍전) เป็นอาคารที่ใช้สำหรับ การรับรองทูตต่างประเทศ และเป็นหนึ่งในอาคาร ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 ซึ่งมีองค์ประกอบของ การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสมัยใหม่ โดยปกติแล้วอาคารสไตล์เกาหลี จะถูกสร้างขึ้นในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาคารแห่งนี้มีรูปทรงเกือบ จะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส และที่บนเพดานมีการติดตั้งหลอดไฟ ซึ่งเคยถูกที่ติดตั้งครั้งแรกที่ พระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung Palace) ในปี ค.ศ. 1887 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 8 ปี หลังจากที่เอดิสัน คิดค้นประดิษฐ์หลอดไฟ


ประตูควางมย็องมุน

Deoksugung Gwangmyeongmun Gate

Gwangmyeongmun Gate เป็นประตูหลักของ พระตำหนักฮัมย็อง (Hamnyeongjeon Hall) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1897 เพื่อเป็นเรือนนอนและเป็นที่พำนักของ กษัตริย์โคจง (Gojong of Korea) แต่ประตูถูกทำลายหายไปในปี ค.ศ. 1904 จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพระราชวัง และถูกสร้างใหม่ในเดือนธันวาคม ของปีเดียวกัน ระหว่างการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1938 ประตูถูกย้ายไปที่ตำแหน่งปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม


พระที่นั่งช็องกวัน

Deoksugung Jeonggwanheon Hall

Jeonggwanheon Hall หรือ ช็องกวันฮ็อน (Jeonggwanheon, 정관헌) ชื่อของอาคารมีความหมายว่า เป็นสถานที่สำหรับชมสวนเงียบๆ จึงเป็นสถานที่ภายในพระราชวัง เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการดื่มชา, ฟังดนตรี และจัดงานสังสรรค์ ในระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่น อาคารถูกใช้เป็นโรงอาหาร และสูญเสียรูปแบบบางส่วนไป อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1900 โดยสถาปนิกชาวรัสเซีย เป็นตัวอย่างแรกของสถาปัตยกรรมยุโรป ที่เคยสร้างในพระราชวัง แต่ยังไว้ซึ่งสัญลักษณ์เกาหลีแบบดั้งเดิม อ่านเพิ่มเติม


พระตำหนักซ็อกโช

Deoksugung Seokjojeon Hall

Seokjojeon Hall (석조전) ซึ่งหมายถึงบ้านหิน เป็นสไตล์ตะวันตก ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1900 และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1910 เพื่อการรับรองทูตต่างประเทศ อาคารถูกออกแบบโดย สถาปนิกชาวอังกฤษชื่อฮาร์ดิง โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ ภายในอาคารเป็นหลัก ชั้นแรกเป็นห้องรอ, ชั้นสองบริเวณต้อนรับ และชั้นที่เป็นที่พำนักของ กษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종; ค.ศ. 1852 – ค.ศ. 1919) อ่านเพิ่มเติม


พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัย, พระราชวังถ็อกซู

National Museum of Modern and Contemporary Art, Deoksugung

National Museum of Modern and Contemporary Art, Deoksugung (국립현대미술관 덕수궁관) ซึ่งเป็นพื้นที่ ในการจัดแสดงนิทรรศการตลอดทั้งปี และทำหน้าที่อนุรักษ์ไว้ซึ่ง ผลงานของศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัย ที่มีอยู่มากมายหลายประเภท อ่านเพิ่มเติม


พระที่นั่งชุงมย็อง

Jungmyeongjeon (중명전) เป็นอาคารที่มีความโดดเด่น ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และยังทรงคุณค่าเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตั้งแต่แรกเริ่มของการเป็นหอสมุดของพระราชวัง ไปจนถึงเป็นสถานที่สำคัญ ต่อเหตุการณ์ทางการเมืองของจักรวรรดิเกาหลี

ซึ่งในปัจจุบันเป็นพื้นที่ ในการจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของ เหตุการณ์ระหว่าง การลงนามในสนธิสัญญาการผนวกญี่ปุ่น – เกาหลี (Japan – Korea Treaty of 1905) หรือรู้จักในชื่อของ สนธิสัญญาอึลซา (Eulsa Treaty) อ่านเพิ่มเติม


ถนนกำแพงหินพระราชวังถ็อกซู

Deoksugung Stone-Wall Road

Deoksugung Stone-Wall Road (덕수궁 돌담길) กลายเป็นถนนสายโรแมนติก สำหรับการเดินเล่นของคู่รัก และเป็นหนึ่งในถนนที่โดดเด่นที่สุด สำหรับการชมทัศนียภาพที่งดงาม ของสีสันสดใสของต้นไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ในกรุงโซล (Seoul) ซึ่งคุณสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเดินทางไกล อ่านเพิ่มเติม


หอชมวิวช็องดง

Jeongdong Observatory (정동전망대) เป็นหอสังเกตการณ์ ตั้งอยู่บนชั้น 13 ของอาคารโซลซิตี้ฮอลล์ซอโซมุน (Seoul City Hall Seosomun Building) ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดเยี่ยม สำหรับการชมวิวทิวทัศน์อันงดงามในมุมสูง ของพระราชวังถ็อกซู (Deoksugung Palace), ศาลากลางกรุงโซล (Seoul City Hall), โซลพลาซ่า (Seoul Plaza) และบริเวณโดยรอบ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีสันสดใสสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง อ่านเพิ่มเติม


ปักหมุดที่เที่ยวรอบๆ พระราชวังถ็อกซู (Travel Attractions around Deoksugung Palace)

นอกเหนือไปจากการเยี่ยมชมความงดงาม ของอาคารและสถานที่ต่างๆ ภายในพระราชวังแล้ว โดยรอบของพระราชวังยังมี สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมหลายแห่ง โดยคุณสามารถเดินเท้าตามเส้นทาง ดังนี้

Daehanmun Gate → Deoksugung Stone – Wall Road → Seoul Plaza → Cheonggye Plaza → Cheonggyecheon Stream → Mojeongyo Bridge → Gwangtonggyo Bridge → Gwanggyo Bridge → Bosingak Bell → Jongno Tower → K-Style Hub → Myeongdong or Insadong อ่านเพิ่มเติม

Deoksugung Palace (덕수궁)

ที่อยู่ 99 Sejong-daero, Jeong-dong, Jung-gu, Seoul, South Korea (서울특별시 중구 정동 세종대로 99)

ข้อมูลเพิ่มเติม

สายด่วนการท่องเที่ยว 1330: + 82-2-1330 (เกาหลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย, เวียดนาม, ไทย, มาเลย์)

ติดต่อสอบถาม +82-2-771-9951, 9952 (อังกฤษ, เกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน)

website: deoksugung.go.kr (อังกฤษ, เกาหลี)

เวลาทำการ 09:00 – 21:00 น.

* Deoksugung Palace Royal Guard – Changing Ceremony เวลาพิธีเปลี่ยนยาม: 11:00, 14:00, 15:30 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

*ปิดทำการทุกวันจันทร์ – เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

*Junghwajeon Hall เปิดทำการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 09:00 – 16:00

ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 1,000 วอน และเยาวชน 500 วอน
กลุ่ม: ผู้ใหญ่ 800 วอน และเยาวชน 400 วอน

*ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี) และเยาวชน (อายุ 7-18 ปี) และกลุ่มหมายถึง 10 คนขึ้นไป

* ค่าเข้าชมฟรี: เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป), ผู้เข้าชมที่สวมชุดฮันบก, ผู้เข้าชมทั้งหมดในวันพุธสุดท้ายของทุกเดือน (วันวัฒนธรรม)


บัตรชมพระราชวัง (Combination Ticket for Palaces): 10,000 วอน สำหรับเยี่ยมชมพระราชวังหลวง ทั้งห้าแห่งกรุงโซล (Five Grand Palaces of Seoul) *ราคาบัตรสำหรับ 4 พระราชวัง และฟรีค่าธรรมเนียมสำหรับ 1 พระราชวัง อ่านเพิ่มเติม

การเดินทาง

City Hall Station (시청역, Seoul Subway Line 1 หรือ Line 2) และเดินไปยังทางออกที่ 1, 2 หรือ 3

by Google Map

Deoksugung Palace (덕수궁)