พระราชวังโทพคาปี (Topkapı Palace)

พระราชวังโทพคาปี หรือพระราชวังทอปกาปิ (Topkapı Sarayı) ในปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ในอิสตันบูล, ประเทศตุรกี พิพิธภัณฑ์ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกือบ 600 ปี โดยในปี ค.ศ. 1453 Sultan Mehmed II พิชิตคอนสแตนติโนเปิลไว้ได้ และพระราชวังหลักอย่าง Great Palace of Constantinople อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม จึงมีคำสั่งให้สร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1459 ที่บริเวณ Seraglio (Sarayburnu) ซึ่งเป็นแหลมที่มองเห็น Golden Horn อันเป็นจุดที่ช่องแคบ Bosphorus มาบรรจบกับ Marmara Sea และให้ชื่อพระราชวังแห่งใหม่นี้ว่า “Imperial New Palace” (Yeni Saray หรือ Saray-ı Cedîd-i Âmire) และถูกใช้เป็นพระราชวังหลักเพื่อการพำนักอาศัยของราชวงศ์และสำนักงานบริหารของสุลต่านออตโตมันตลอดในช่วงศตวรรษที่ 15

ด้วยการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในปี ค.ศ. 1509 และเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1665 ทำให้หลังจากศตวรรษที่ 17 “Imperial New Palace” ค่อยๆ สูญเสียความสำคัญไป สุลต่านแห่งยุคนั้นชอบที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในพระราชวังโดลมาบาเช (Dolmabahçe Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังแห่งใหม่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1856 Sultan Abdulmejid I ได้ตัดสินใจเปลี่ยนพระราชวังหลักไปยังพระราชวังโดลมาบาเช (Dolmabahçe Palace) แทน โดย “Imperial New Palace” ยังคงเป็นคลังของจักรวรรดิ, ห้องสมุด และโรงเหรียญกษาปณ์

ต่อมาในในศตวรรษที่ 19 “Imperial New Palace” ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “Topkapı” ซึ่งมีความหมายว่า ประตูปืนใหญ่ (Cannon Gate) และ Topkapı ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ตามคำแถลงของรัฐบาลลงวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1924 ภายใต้การดำเนินงานโดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และพระราชวัง Topkapı ยังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1985

Topkapi Palace Museum (Topkapı Sarayı Müzesi) แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ Courtyard I, Courtyard II, Courtyard I และ Courtyard IV และ Harem

Courtyard I : First Courtyard
(I. Avlu or Alay Meydanı)


ลานซึ่งทำหน้าที่เป็นเขตนอกหรือสวนสาธารณะและเป็นลานที่ใหญ่ที่สุดของลานทั้งหมดของพระราชวัง สำหรับโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ของ First Courtyard ไม่มีเหลือให้เห็นแล้ว แต่ยังคงมีโครงสร้างที่หลงเหลืออยู่บางส่วนคือ โรงกษาปณ์หลวงแห่งจักรวรรดิออตโตมัน (The Imperial Mint of the Ottoman Empire; ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1727), โบสถ์ฮาเกียไอรีน (Hagia Irene) และน้ำพุต่างๆ

Imperial Gate (Bâb-ı Hümâyûn) ถนนสายหลักที่ทอดไปสู่พระราชวังเป็นถนนสาย Mese avenue ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Divan Yolu (Council Street) ถนนสายนี้ใช้สำหรับขบวนของจักรพรรดิระหว่างยุคไบแซนไทน์และออตโตมัน เพื่อเดินทางไปสู่สุเหร่าโซเฟีย (Hagia Sophia) และเลี้ยวไปทางทิศเหนือสู่จัตุรัสพระราชวังไปยังน้ำพุแห่ง Ahmed III

The Large Gate of Salutation หรือที่เรียกว่า Middle Gate (Orta Kapı) ประตูซึ่งนำไปสู่ทางเข้าลานด้านหลังของพระราชวัง Topkapı ประตูที่มีหอคอยขนาบสองด้านซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีอิทธิพลในยุคไบเซนไทน์

Courtyard II :Second Courtyard 


เมื่อผ่านประตูกลางจะเป็นบริเวณของลานที่สอง หรือจัตุรัส Divan (Divan Meydanı) ลานที่ถูกสร้างและเสร็จสมบูรณ์ประมาณปี ค.ศ. 1465 ในระหว่างรัชสมัยของ Mehmed II ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน ประกอบไปด้วย Gate of Felicity (Bâbü’s-Saâde), โรงครัวหลวง (Palace Kitchens), อาคารสภาแห่งราชอาณาจักร (Divan Lounge or Council Hall (Divanhane)), หอคอยแห่งความยุติธรรม (Adalet Kulesi), คลังหลวง (Outer Treasury), หน่วยทหารราบ (Janissary), คอกม้าหลวง (Istabl-ı Âmire) เป็นต้น โดยบริเวณนี้ยังมีสุเหร่าขนาดเล็กในศตวรรษที่ 18 และโรงอาบน้ำของ Beşir Ağa (Beşir Ağa Camii ve Hamamı) ซึ่งเป็นหัวหน้าทหารองครักษ์ของ Mahmud I

Palace Kitchens (Saray Mutfakları) เป็นโรงครัวของพระราชวังที่มีปล่องไฟสูง ถูกสร้างขึ้นตอนที่สร้างพระราชวังในศตวรรษที่ 15 ตั้งอยู่บนถนนภายในที่ทอดยาวระหว่าง Second Courtyard และทะเล Marmara ถือเป็นห้องครัวที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิออตโตมัน เป็นครัวสำหรับจัดเตรียมอาหารสำหรับคนประมาณ 4,000 คนและมีพนักงานครัวมากกว่า 800 คน ในปัจจุบันห้องครัว, หอพัก, ห้องอาบน้ำและมัสยิดไม่มีหลงเหลือให้เห็นแล้ว โดยในปัจจุบันโรงครัวแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงของสะสมประเภทเครื่องลายครามจากจีน ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 15 กว่า 10,700 ชิ้น และเป็นหนึ่งในของสะสมเครื่องลายครามที่ดีที่สุดในโลก

หอคอยแห่งความยุติธรรม (Adalet Kulesi) เป็นอาคารที่สูงที่สุดในพระราชวังทำให้เห็นได้จาก Bosphorus อย่างชัดเจน อาคารสูงหลายชั้นตั้งอยู่ระหว่าง Imperial Harem และสภาแห่งราชอาณาจักร เป็นสถานที่ซึ่งสุลต่านมองผ่านหน้าต่างเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์และตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับการทำงานของสภาแห่งราชอาณาจักร (Imperial Council; Dîvan-i Hümâyûn / Kubbealtı) เมื่อสุลต่านไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสภาเขาจะปิดม่านหน้าต่างเป็นสัญญาณบอกเลิกการประชุม ในกรณีเช่นนี้ขุนนางระดับสูงจะต้องดำเนินการปรึกษาหารือต่อหน้าสุลต่านอีกครั้ง

จารึกป้อมปราการ Sokhumi จารึกเดิมเป็นของป้อมปราการแห่ง Sokhumi บนชายฝั่งทะเลดำที่สร้างขึ้นในสมัยของ Sultan Ahmet III (1703-1730) และจารึกถูกนำมาไว้ที่พระราชในช่วงระหว่างสงครามออตโตมันและรัสเซีย (1877-78)

คลังหลวง (Outer Treasury) อาคารที่สร้างจากหินและอิฐมีโดมแปดหลังแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นคลังของกรมธนารักษ์จนถึงกลางศตวรรษที่ 19 ต่อมาในปี ค. ศ. 1928 สี่ปีหลังจากที่ Topkapı Palace ถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์, อาคารแห่งนี้จึงเป็นที่เก็บรวบรวมและจัดนิทรรศการแสดงเกี่ยวกับอาวุธและชุดเกราะซึ่งมีอายุกว่า 1,300 ปีนับจากศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 20 ประกอบไปด้วยชุดเกราะ, หมวกเหล็กและดาบ รวมกว่า 400 รายการ ที่ได้จากการผลิตของออตโตมานเอง หรือรวบรวมจากการพิชิตเมืองต่างๆ หรือได้รับมอบเป็นของขวัญ

นอกจากนี้ในระหว่างการขุดค้นในปี ค.ศ. 1937 ที่ด้านหน้าอาคารแห่งนี้ยังพบซากอาคารทางศาสนาไบแซนไทน์ในยุคศตวรรษที่ 5 เนื่องจากไม่สามารถระบุความเป็นมาได้จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ “มหาวิหารพระราชวังทอปกาปิ (Basilica of the Topkapı Palace)” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Palace Basilica

Courtyard III : Third Court
Enderun Courtyard


เมื่อเดินผ่าน The Gate of Felicity (Bâbüssaâde or Bab-üs Saadet) มีความหมายว่า “ประตูแห่งความสุข” เป็นทางเข้าไปพระราชฐานส่วนในของพระราชวัง (Inner Palace, Enderûn Avlusu) ซึ่งเป็นส่วนที่สงวนไว้สำหรับความเป็นส่วนตัวสุลต่าน โดยบริเวณนี้เรียกว่า “Harem-i Hümâyûn” (Imperial Seraglio) เป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ของสุลต่าน และสวนที่เขียวชอุ่มล้อมรอบด้วยห้องสมุดของอาเหม็ดที่สาม, ห้องโถงของหอการค้า, ท้องพระคลัง และ Treasury Ward มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์และปกป้องสมบัติของพระราชวังอย่างถูกต้อง รวมไปถึงอาคารและสถานที่สวยงามและน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น

The Conqueror’s Pavilion หรือที่เรียกว่า Conqueror’s Kiosk (Fatih Köşkü) เป็นที่ตั้งของ Imperial Treasury และเป็นอาคารที่มีโครงสร้างที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของพระราชวัง

Ağalar Mosque มัสยิดของ Squires (Ağalar Camii) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในวัง นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในตึกที่เก่าแก่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15

Courtyard IV : Fourth Court


ประกอบไปด้วยสวนดอกไม้และ Terrace ที่เรียกว่า Imperial Hall (Sofa-i Hümâyûn) ลานระเบียงหินอ่อนหันหน้าไปทางโกลเด้นฮอร์นทำให้เห็นวิวทะเลที่สวยงามนอกจากนี้ยังมีอาคารและสถานที่สวยงามและน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น

  • The Circumcision Room (Sünnet Odası) เป็นสถานที่สำหรับการขลิบ ซึ่งเป็นประเพณีทางศาสนาอิสลามเพื่อความสะอาดและความบริสุทธิ์
  • Revan Pavilion (Revan Kiosk) ถูกสร้างขึ้นในยุคของ Sultan Murat IV (1623-1640) เมื่อปี ค.ศ. 1635 เพื่อระลึกถึงการพิชิต Yerevan (Revan)
  • Baghdad Kiosk (Bağdad Köşkü) ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการรณรงค์ของกรุงแบกแดด เมื่อปี ค.ศ. 1639 โดยตั้งอยู่ทางด้านขวาของลานระเบียงหินอ่อน

Topkapı Palace Harem


ความหมายที่แท้จริงของคำว่าฮาเร็มในภาษาอาหรับคือ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป” สำหรับชาวออตโตมันคำว่า “Harem” ถูกใช้ในสองความรู้สึกที่แตกต่างกัน ประการแรก “ฮาเร็มของสุลต่าน” คือครอบครัวของเขาและความหมายที่สองจะกล่าวถึงพื้นที่ที่ครอบครัวอาศัยอยู่ ดังนั้น Topkapı Palace Harem จึงเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสุลต่าน, พระราชินี, สตรีของสุลต่าน, ราชวงศ์, ข้าราชบริพาร, นางสนมและองครักษ์

Topkapı Palace Harem ประกอบไปด้วยห้องพักประมาณ 300 ห้อง, ห้องอาบน้ำ 9 ห้อง, มัสยิด 2 แห่ง และพื้นที่ใช้สอยในการดำรงชีวิตประจำวันอีกหลายรายการ โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 15 ถึงกลางศตวรรษที่ 16 ทำให้เราได้เห็นวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ทางสถาปัตยกรรมที่มีความหลากหลายของรูปแบบอาคารที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จนถึงต้นศตวรรษที่ 19

ที่อยู่ Cankurtaran Mh., 34122 Fatih/Istanbul, Turkey

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ

  • Winter: ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 15 เมษายน ตั้งแต่ 09:00 น. – 16:45 น.
  • Summer: ระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 30 ตุลาคม ตั้งแต่ 09:00 น. – 18:45 น.
    *ปิดจำหน่ายตั๋วและการเข้าชมรอบสุดท้าย ก่อนเวลาปิดทำการ 45 นาที

วันหยุด วันอังคาร และพิพิธภัณฑ์ยังปิดในวันแรกของวันเทศกาลทางศาสนาจนถึงบ่าย

หมายเหตุ: วัน, เวลาและรายละเอียด อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลสำหรับวันหยุดนักขัตฤกษ์และเทศกาลทางศาสนา
ได้ที่ http://topkapisarayi.gov.tr/en/visit-information

ค่าเข้าชม *สามารถใช้ Istanbul Museum Pass ได้

  • Topkapı Palace Museum: 40 TL
    *ฟรี เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • Harem Section: 25 TL
    *ฟรี อายุต่ำกว่า 6 ปี
    *ถ้าคุณต้องการไป Harem คุณต้องซื้อตั๋วแยกต่างหากจากบูธตั๋วที่อยู่ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์หรือด้านหน้าของทางเข้า Harem
  • Hagia Irene Ticket: 20 TL

กฎระเบียบการเยี่ยมชม

  • กรุณาอย่าถ่ายภาพในห้องโถงนิทรรศการ
  • รถเข็นเด็กเล็กไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในส่วนพิพิธภัณฑ์ โปรดอย่าลืมกฎนี้ก่อนที่จะซื้อตั๋ว
  • เราขอให้คุณสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมหรือใช้ผ้าที่พนักงานของเราให้ไว้ขณะที่ไปเยี่ยมชมแผนกศักดิ์สิทธิ์
  • เราขอให้คุณละเว้นการเข้ากรมศาสนาด้วยกางเกงขาสั้น, กระโปรงสั้น หรือเดรสเกาะอกไม่มีสาย
  • การใช้ขาตั้งกล้องจะต้องได้รับอนุญาต
  • ไม่มีบริการแนะนำสำหรับพิพิธภัณฑ์พระราชวังTopkapı ผู้เยี่ยมชมสามารถเช่าคู่มือเสียงจากบูธภายใน

การเดินทาง

  • สถานี Sirkeci garı (Marmaray Line) เป็นสถานีที่ใกล้ที่สุดกับพิพิธภัณฑ์พระราชวัง Topkapı จากสถานี Sirkeci ท่านสามารถไปถึงหน้า Governorate of Istanbul ได้ คุณสามารถเดินไปตามทางเข้าประตู Gülhane และไปที่พิพิธภัณฑ์พระราชวัง Topkapı ได้

โดยสายรถราง (Istanbul Tram T1)

  • จากสถานี Sultanahmet ท่านสามารถเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวัง Topkapı ได้โดยเดินจากทางด้านหน้าจากพิพิธภัณฑ์ Hagia Sophia และ Hürrem Sultan Bath
  • จากสถานี Gülhane คุณสามารถเดินไปตามทางเข้าประตู Gülhane และไปที่พิพิธภัณฑ์ Topkapı Palace ได้

 

  • by Google Map