ตอนที่ 3 Chinatown in Malaysia

เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสี่ ตั้งปลุกไว้ตอน 7 โมงเช้า เพื่อลงมาทานอาหารเช้า รสชาติก็ใช้ได้นะคะ ทานอิ่มก็ขึ้นมานอนอีกครั้ง ยังไม่หายง่วงหายเหนื่อยเลย หรือว่าเรามาเปลี่ยนที่นอนกันล่ะเนี่ย ตื่นมาอีกทีประมาณบ่ายโมง อาบน้ำแต่งองค์ทรงเครื่องว่าจะออกไปเดินเล่นใกล้ๆ โรงแรม

สอบถามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ โรงแรมกับเจ้าหน้าที่ ประมาณว่ามีทั้งไปทางซ้ายและไปทางขวามือของโรงแรม เราเลือกเดินไปทางซ้ายก่อน เดินไปเรื่อยๆ จนเหนื่อยก็ไม่เห็นจะมีอะไร เลยเดินย้อนกลับผ่านมาที่โรงแรมแล้วย้อนไปทางขวา

เริ่มหิวแล้วนี่ก็เกือบบ่ายสามโมงแล้ว ผ่านร้านอินเดียที่ทานเมื่อคืน แอบมองๆ แต่ไม่เอาดีกว่าเดินเลยไปอีกนิดก็เจอร้าน KFC ก็เลยตกลงกันว่าทานที่นี่แหล่ะ อย่างไรซะราคาก็น่าจะมีมาตรฐานแน่นอน

สั่งไก่ทอดชุด 29RM อร่อยค่ะ มันฝรั่งทอดที่นี่จะหั่นเป็นชิ้นหนาๆ คล้ายมันทอดตามร้านกล้วยแขกบ้านเรา และราดด้วยสลัดครีมกับมัสตาร์ดก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ จู่ๆ ฝนตกค่ะ ฟ้าร้องดังมากๆ ก็เลยฝ่าฝนกลับโรงแรมก่อน

China Town เราว่าสนุกไม่เท่าเยาวราช

พักผ่อนรอฝนหยุดได้สักประมาณ 6 โมงเย็น ก็เลยว่าไปเดินเล่นหามื้อค่ำทานกันที่เยาวราช ออกจากโรงแรมก็เลี้ยวขวาเดินข้ามสะพานลอยและมุ่งไปยังสี่แยกไฟแดงใกล้นิดเดียวค่ะ แล้วก็เดินเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกไฟแดงก็จะเข้าสู่ย่าน China Town

ด้านซ้ายมือเห็นคนมุงร้านบักกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) เห็นแล้วน้ำลายไหล แต่ขอแปะไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกล่ะค่ะ เพราะตอนนี้น้องไก่ที่ทานไปเมื่อบ่ายสามยังวิ่งเล่นอยู่เต็มพุงเลยค่ะ

เดินข้ามเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยจะเรียงรายไปด้วยร้านอาหารจีน มีลักษณะการตั้งโต๊ะคล้ายร้านกาแฟในยุโรป มีชาวต่างชาตินั่งกันเยอะมากค่ะ จิบเบียร์เคล้าอาหารจีนอินบรรยากาศ…อิอิ

โดยรวมมีร้านอาหารจีนประมาณไม่เกิน 4-5 ร้าน ส่วนใหญ่ที่เดินเล่นดูก็จะเรียงรายไปด้วยร้านเสื้อผ้า กระเป๋า แว่นตา รองเท้า คล้ายๆ ร้านต่างๆ ในซอยแถวประตู้น้ำบ้านเราค่ะ เลยไม่ค่อยได้อารมณ์แบบเยาวราชที่บ้านเราเท่าไหร่ แต่ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลล่ะเนาะ

เดินได้สักพักก็เดินวนกลับมาทางเดิม เดินผ่าน Food Court เห็นด้านหน้ามีย่างไก่สะเต๊ะและเนื้อสะเต๊ะส่งกลิ่นหอมฉุยชะมัด พี่ช้างเลยไปสั่งไว้อย่างละ 10 ไม้ ก็เข้าไปนั่งรอ

ลักษณะ Food Court เป็นเหมือนโรงอาหารเปิดโล่ง โต๊ะเก้าและเก้าอี้จัดเรียงกันอยู่ตรงกลาง และรายล้อมไปด้วยเค้านเตอร์ร้านอาหารประเภทต่างๆ มีทั้งอาหารอินเดีย จีน และเครื่องดื่ม

สาวเชียร์อาหาร??!!!

หย่อนก้นลงไปยังไม่ทันจะร้อน ก็มีอาเจ้คนหนึ่งเดินมาพูดอะไรไม่รู้ แล้วก็ชี้มือชี้ไม้ประมาณว่าเชิญเลือกซื้ออาหารที่หลากหลายของเราได้เลยนะคะ ((แปลจากโทรจิตได้เท่านี้ล่ะค่ะ)) พี่ช้างก็พูดภาษาอังกฤษไปว่าสั่งแล้วจ้า

พร้อมชี้มือไปที่ร้านไก่สะเต๊ะที่อยู่ด้านหน้า Food Court อาเจ้ก็ทำท่าเหมือนเข้าใจ แล้วก็เดินจากไป ระหว่างรอเราก็สอดส่องสายตาว่าจะสั่งอะไรเพิ่มดี แล้วไก่สะเต๊ะ เนื้อสะเต๊ะที่รออยู่เนี่ยจะอร่อยไหมนะ ทีนี้ก่อนหน้าที่จะเข้ามา Food Court พี่ช้างซื้อน้ำใบบัวบกถือทานเข้ามาด้วย

สักไม่นานนักอาเจ้แกเดินมาอีกแล้ว ทำท่าเอาผ้ามาเช็ดโต๊ะที่เรานั่งทั้งๆ ที่โต๊ะก็สะอาดดี เราก็ยกแขนหนีให้แกเช็ดให้พอใจคาดว่าน่าจะเป็นคนรักความสะอาดเป็นยิ่งนัก โอ้…คราวนี้แกพูดภาษาอังกฤษได้แล้วค่ะ (สงสัยหายไปฝึกภาษามานี่เอง…อิอิ)

แกบอกว่าไม่ให้หิ้วน้ำแก้วมานะ ให้ไปซื้อที่โน่น แล้วแกก็ชี้ไปที่ร้านขายเครื่องดื่ม เราก็โอเคๆ เริ่มรู้สึกอึดอัดน้องลิงก็เลยบอกพี่ช้างว่าให้หาซื้ออะไรมาเพิ่มดีกว่า ทีนี้ก็นั่งมองป้ายอาหารตามร้านไปเรื่อยๆ มีป้ายราคาติดบ้าง ไม่มีบ้างอ่ะสิ แล้วทำไงล่ะเนี่ย

ยังไม่หายเข็ดจากร้านอินเดียเมื่อคืนเลย ขนาดว่ามีป้ายราคานะ ยังคิดเงินไม่ใกล้เคียงกับป้ายที่ติดไว้เลย ระหว่างนี้ก็เริ่มชะแง้ว่าไก่สะเต๊ะกับเนื้อสะเต๊ะที่สั่งไปทำไมยังไม่ได้ เริ่มนานแล้วนะ ก็เห็นเดินไปส่งโต๊ะโน้นโต๊ะนี้อยู่เนืองๆ คิวคงยาว พี่ช้างเลยเดินไปถามแล้วก็เดินมานั่งรอกันต่อ

มาอีกแล้วล่ะจ้า….คราวนี้เป็นหนุ่มเช็ดโต๊ะ!!!

เว้นช่วงไปสักแป๊บเดียวเองค่ะ ก็มีหนุ่มที่เห็นเดินไปเดินมาคอยเก็บโต๊ะ เช็ดโต๊ะ และแอบเหล่โต๊ะเรามาเป็นระยะๆ มาทำท่าเช็ดโต๊ะแต่พูดไม่อะไร แล้วก็เดินจากไป โอ้…ที่นี่ช่างสะอาดอะไรเยี่ยงนี้ เริ่มกดดันหนักขึ้นแล้วล่ะ

ทีนี้หมดความอดทนก็ครั้งสุดท้ายเมื่อมีเด็กหนุ่มอีกคนที่ทำหน้าที่เหมือนเด็กหนุ่มคนแรกล่ะค่ะ เดินผ่านมาที่โต๊ะแล้วหยิบเก้าอี้ตัวที่ไม่ได้มีใครนั่งฝั่งที่พี่ช้างนั่งอยู่ กระแทกกับพื้นเข้าให้

ทั้งๆ ที่เก้าอี้ก็ถูกสอดอยู่ใต้โต๊ะโดยไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายตั้งแต่พวกเรามานั่ง ก็เลยมองหน้ากันและพยักหน้าพร้อมใจกันเดินออกจาก Food Court และยกเลิกไก่สะเต๊ะและเนื้อสะเต๊ะในทันที

ในที่สุดก็ได้ลิ้มลองกันซักทีนะ…ไก่และเนื้อสะเต๊ะ

เดินบ่นกระปอดกระแปดกันมาสองคน ว่าอะไรกันเนี่ย เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า อาหารก็สั่งไปแล้วก็กำลังรอนี่นะ แล้วโต๊ะก็มีว่างอีกมากมายหลายโต๊ะ ทำไมล่ะเนี่ย หรือว่าวันนี้เป็นวันไม่ดีอีกแล้ว (รู้สึกไม่ประทับใจเท่าไหร่ คล้ายๆ เมื่อคืนยังไงไม่รู้ 5555)

บ่นไปก็เดินย้อนทางเดิมออกมา และตกลงกันว่าไปร้าน KFC ใกล้โรงแรมเหมือนเดิมก็ได้ ร้านปิดตั้ง 5 ทุ่ม เดินย้อนมาเรื่อยๆ จนถึงร้านบักกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) ที่หมายตาไว้ตั้งแต่แรกแล้วลืมค่ะ 55555 แต่ปรากฏว่าหมดแล้วค่ะ เวลาขณะนั้นน่าจะไม่เกิน 2 ทุ่ม  ยังไงกันต่อล่ะทีนี้

มองข้ามฝั่งไปตรงข้ามของร้านบักกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) ก็เห็น Super Market ตั้งใจว่าจะซื้อน้ำดื่มไปไว้ที่ห้องพัก ก็ป๊ะเข้าให้กับร้านไก่-เนื้อสะเต๊ะ

ติดป้ายด้วยล่ะว่า 0.7RM เลยสั่งเหมือนเดิมอีกแล้วไก่สะเต๊ะ 10 ไม้ เนื้อสะเต๊ะ 10 ไม้ แต่ร้านนี้มีโรตีด้วยนะ เลยสั่งโรตีไปอีก 1 จาน 1RM นั่งรอแป๊บเดียวเองค่ะ ได้ของครบถ้วนอร่อยมากๆ ค่ะ จนต้องสั่งโรตีเพิ่มอีก 1 จาน

เวรกรรม…ดันเม้าท์ Food Court ไปเยอะทำไงดีล่ะเนี่ย…???

บริเวณนี้นอกจากร้านโรตี-ไก่-เนื้อสะเต๊ะแล้ว ก็มีร้านอาหารตามสั่งที่ขายเครื่องดื่มด้วย ก่อนสั่งไก่-เนื้อสะเต๊ะ หากไม่สั่งของร้านอาหารตามสั่งจะต้องนั่งบริเวณหน้าร้านโรตีเท่านั้นนะคะ…อิอิ สักพักก็มีน้องผู้ชายร้านอาหารตามสั่งมารับ Order

ระหว่างที่กำลังคุยกันว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไรดี ก็ต้องตกใจค่ะ คือเค้าพูดภาษาไทยแทรกขึ้นมาว่า “ชา กาแฟ ชาดำเย็น ชาเย็น…?” อ่า…ยังงงๆ อยู่ค่ะ แต่ปากก็พูดไปว่า “กาแฟค่ะ” เค้าก็ถามมาอีกว่า “ร้อนหรือเย็น?” โอ้…ยังงงต่อค่ะ “เย็นค่ะ”

ส่วนพี่ช้างก็ขอชาดำเย็น แล้วพี่ช้างก็ถามเค้าว่า “พูดไทยได้เหรอ” เค้าก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า “ข้ามไปข้ามมาไทยบ่อยๆ” อ้าวตะกี๊ที่บ่นปิดท้าย Food Court ไปว่า ไม่เห็นจะง้อเลย ที่นี่ก็มีแถมติดราคาด้วย เค้าก็ได้ยินล่ะสิ 5555 (หน้าแตกเลยเรา)

เอาเป็นว่าได้ลิ้มลองแล้วล่ะไก่-เนื้อสะเต๊ะเนี่ย ก็เหมือนหมูสะเต๊ะบ้านเรานั่นแหล่ะ เพียงแต่รสไม่จัดเหมือนบ้านเรา มันปะแล่มๆ นะ ส่วนอาจาดก็เป็นแตงกวา พริกสด และหอมแดงเหมือนบ้านเรา แต่ไม่มีน้ำเปรี้ยวๆ หวานๆ เหมือนเรานะคะ เป็นผักเพรียวๆ เลยค่ะ อิ่มเสร็จสรรพจ่ายไปประมาณ 180 กว่าบาทค่ะ

น้ำมะม่วงขอบอกแซ่บมาก!!!

หลังจากทานอิ่มแล้วก็แว้บเข้าไปใน Supermarket เลยค่ะ เดินเล่นๆ ซื้อขนมขบเคี้ยว น้ำแร่ ปลาหมึกแห้ง นมเปรี้ยว และเห็นน้ำมะม่วงเป็นขวดขนาดประมาณขวดน้ำส้มซันควิก เป็นแบบเข้มข้นเหมือนกันค่ะ ราคาขวดละ 9.5RM ดูแล้วข้นมากๆ ค่ะ นำมาผสมน้ำน่าจะได้หลายแก้ว

ตอนจ่ายเงินยังเซอะซะแบบเดิม เพราะยังงงๆ กับค่าเงินอยู่ค่ะ จะจ่ายเงินในส่วนที่มันเป็นเศษจุดให้น้องเค้า เพราะเหรียญที่รับทอนๆ มาก่อนหน้านี้มันเริ่มเยอะ ก็ดันส่งให้ผิดอีก จนน้องเค้าขำ เราก็เลยแบมือที่ถือเหรียญนั่นแหล่ะมีเป็นกำให้น้องเค้าหยิบเลย…อิอิ

หลังจากซื้อของแล้วก็พากันเดินกลับโรงแรมค่ะ มาถึงนี่ขอลองน้ำมะม่วงก่อนอื่นเลยค่ะ เข้มข้นมากๆ ค่ะ เทประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำแร่ 1 ลิตร อร่อยจริงๆ ค่ะ  แล้วก็นอนดูทีวีพักผ่อนค่ะ…รู้สึกเบื่อๆ เหนื่อยไม่ค่อยประทับใจอะไรเท่าไหร่อีกแล้วสำหรับวันนี้…แต่ยังไงซะก็ดีกว่าเมื่อวาน…ถ้าอย่างนั้นวันพรุ่งนี้ก็ต้องดีกว่าวันนี้สิน่า!!!