ตอนที่ 17 Namsangol Hanok Village – N Seoul Tower

วันนี้ผิดแผนอย่างแรง เนื่องจากตื่นมาเกือบ 8 โมงเช้า ตามแผนการท่องเที่ยวแล้ว วันนี้เราต้องไปที่ Yongpyong Resort และเป็นบทเรียนในการจัดทริปครั้งหน้าว่า หากต้องเดินทางไกลไม่ควรจัดติดๆ กันทั้ง 2 วัน ความเหนื่อยล้า และความเจ็บป่วย จะพาให้พลาดอย่างนี้ เพราะเราจัดเที่ยวแบบไม่มีวันหยุด หรือช่วงหยุดพักเลย โดยไม่ดูสภาพอายุตัวเองเลย

ออกทางออกที่ 4 นะ แล้วเดินต่อ 5 นาที ยังไงล่ะเนี่ย…

หลังจากได้พักผ่อนกันพอสมควร อาการไข้และความล้าพอผ่อนคลายลงไปบ้าง เราเริ่มเบื่ออีกแล้วว่า ต้องอยู่โรงแรมทั้งวันคงไม่ไหว ก็ไม่วายที่จะพากันออกไปลุยกันต่ออีกจนได้ ออกจากโรงแรมประมาณ 12.00 น. เพื่อเดินทางไปยัง หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก (Namsangol Hanok Village Seoul)

เดินทางออกจากสถานี Dapsimni ไปลงยังสถานี Dongdaemun History Culture Park แล้ว Transfer ไปยัง Seoul Subway Line 3 สีส้ม เพื่อไปลงสถานี Chungmuro Station จากนั้นต้องเดินต่ออีก 5 นาที โดยออกที่ทางออกที่ 4

พอโผล่มาที่ทางออกก็ต้องงงเหมือนทุกครั้ง จะเดินไปทางไหนดีซ้ายหรือขวา หรือว่าหน้าหรือหลังดีนะ พี่ช้างงัดคู่มือเล่มประจำ เดินตรงไปหาคุณลุงท่านหนึ่ง ที่กำลังเดินสวนมา กำลังจะอ้าปากถามพร้อมเตรียมยื่นคู่มือ เพื่อปรึกษาหารือกับคุณลุง แต่ทันใดนั้นคุณลุงก็โบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เอา…ไม่พูด แล้วเดินผ่านพี่ช้าง ที่กำลังยืนเหวอไป

น้องลิงก็เอาแต่หัวเราะอ้าปากกว้าง อดขำพี่ช้างไม่ได้ อย่างที่เคยเล่าไว้ ตั้งแต่ตอนไปที่เมืองซูวอน ว่าพี่แกชอบถามแต่คุณลุงกับคุณป้า ไม่รู้มีเหตุผลอะไร น้องลิงมองตามคุณลุง ที่กำลังจะเดินลงไปในสถานี Subway จนถึงปากทางออกที่ 4 ของสถานี พลันไปสบตากับคุณพี่ผู้ชายอีกท่านหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่ตรงปากทางออก

คุณผู้ชายทำท่าแบมือเหมือนแบหนังสือ และชี้ไปที่พี่ช้าง แปลจากท่าทางว่า บอกพี่ช้างให้มาหาฉันนี่ ฉันจะเฉลยในข้อสงสัยในทุกสิ่ง น้องลิงรีบตรงไปกระชากพี่ช้าง ให้มาหาคุณพี่ผู้ชายทันที เค้าก้มลงอ่านสักแป๊บ แล้วก็พาเราเดินย้อนหันหลังกลับมาจากปากทางออกที่ 4 สักไม่เกิน 20 ก้าว ก็จะถึงสี่แยกไฟแดง

แล้วก็ชี้ไปทางแยกซ้ายมือ นั่นไงจ๊ะพวกเธอ…เราหันไปตามมือที่ชี้ ก็ป๊ะเข้าให้กับซุ้มประตูทางเข้า ซึ่งอยู่ห่างไม่น่าจะเกิน 10 เมตรได้ เราพากันกล่าวขอบคุณ และโค้งคำนับในน้ำใจที่คุณพี่ผู้ชาย ผู้ไม่ได้นิ่งดูดายที่จะเผื่อแผ่น้ำใจให้พวกเรา… และขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับความช่วยเหลือในครั้งนั้นค่ะ-ครับ

Namsangol Hanok Village

หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก (Namsangol Hanok Village Seoul)  ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างถึง 7,934 ตารางเมตร โดยประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ สวนแบบเกาหลี ศูนย์กระสวยเวลา และตัวหมู่บ้าน

สำหรับลักษณะของตัวบ้านจะเป็นลักษณะเฉพาะของเกาหลีในสมัยราชวงศ์โชซอน หรือที่เรียกว่าฮันอก โดยบ้านต่างๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้ถูกรวบรวมจากการรื้อถอนจากบ้านเรือนที่เดิมอยู่กระจายรอบกรุงโซล

แล้วนำมาประกอบ, รวบรวม และบูรณะเพื่อคงไว้ซึ่งบรรยากาศดั้งเดิมจนเกิดเป็นหมู่บ้านที่สมบูรณ์ไว้ที่นี่ เรียกว่าสามารถเดินเล่นชมสวนสูดอากาศบริสุทธิ์ และรู้สึกไปถึงบรรยากาศของความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในอดีตกันได้อย่างเพลินๆ ได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ร้านอร่อย…ซุปกิมจิสุดแซบ

สำหรับสถานที่ต่อไปของเราคือ นัมซานโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) เราพากันออกจากสถานี Chungmuro Station มาลงที่สถานี Myeong-dong Station แค่สถานีเดียวเอง แต่เราไม่กล้าเดินกลัวจะหลงอีก แล้วก็พากันออกที่ทางออกที่ 4 ตามที่คู่มือบอก

พอมาถึงปากทางออก เราก็เห็นร้านอาหารเกาหลีร้านหนึ่งอยู่ด้านซ้ายมือตรงหัวมุม ของแยกเล็กๆ แยกแรก พากันไปมุงป้ายรายชื่ออาหาร หน้าร้านที่เป็นภาษาเกาหลี เห็นราคาไม่แพงมากนัก พากันเข้าไปหาอะไรทานกัน เพราะนี่ก็เกือบจะบ่าย 3 แล้ว

เข้าไปในร้านเลือกที่นั่งถูกใจ เปิดเมนูก็พบว่า มีภาษาอังกฤษด้วย พี่ช้างเลือกทานข้าวยำ (เย้ๆ…ในที่สุดพี่ช้างก็สั่งอย่างอื่นแล้ว ที่ไม่ใช่ข้าวไก่ทอด…เหมือนเดิม) ส่วนน้องลิงก็ของลองซุปกิมจิ หมดไป 9,000 won อร่อยมากๆ ทั้งข้าวยำและซุปกิมจิ รสชาติจัดจ้านถึงใจดีจัง หากมีโอกาสจะมาทานอีกให้ได้ 

*พีบิมบับ (Bibimbap, 비빔밥– ข้าวยำ (Mixed rice)
*กิมชี จิแก (Kimchi-jjigae, 김치찌개 – แกงกิมจิ (Kimchi stew)

เดินไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์ เพื่อไป N Seoul Tower

จากทางออกที่ 4 ของสถานี Myeong-dong Station เราสามารถเดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกไฟแดงก็เลี้ยวซ้ายและเดินตรงไปประมาณระยะทางทั้งหมด 700 เมตร จะมีทั้งทางลาดชัน และบันไดก็จะไปถึง Namsan Cable Station เพื่อต่อเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปที่ นัมซานโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)

เราเลือกแบบไป-กลับ จะได้อินกับบรรยากาศของ เที่ยวขึ้นและลงในเวลาที่ต่างๆ กัน เพราะขาขึ้นเนี่ยก็เป็นช่วงเย็น ขาลงคิดว่าจะลงกันตอนค่ำๆ ก็สนุกไปอีกแบบ แต่พอขึ้นไปแล้วต้องมีไต่บันไดต่อกันอีกเล็กน้อย ให้เหนื่อยกันพอสมควรล่ะ

หอคอยเอ็นโซล (N Seoul Tower) หรือ หอคอยกรุงโซล (Seoul Tower) ถือได้ว่าเป็น Landmark หรือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโซล บางครั้งถูกเรียกว่า “นัมซานทาวเวอร์” (Namsan Tower) ตามสถานที่ตั้งคือบนภูเขานัมซาน

เป็นหอคอยที่มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร มีความสูงถึง 480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 ถือว่าเป็นหอคอยเมืองที่สูงที่สุดในโลกติด 1 ใน 18 อันดับของโลก

ในปี 1980 ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เข้าชม โดยแยกเป็น 3 โซน ได้แก่ Tower, Plaza, และ Lobby เป็นจุดที่สามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลยามค่ำคืน

แม้ในยามกลางวันยังสามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำ Han ซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงโซล ภาพตึกรามบ้านช่องที่เรียงราย และล้อมรอบไปด้วยทิวเขา Bukhan ในอุทยานแห่งชาติพูกันซาน (Bukhansan National Park) และเทือกเขา Inwangsan

เราพากันเดินเล่น เก็บเกี่ยวบรรยากาศโดยรวม และมีโอกาสได้เห็นกุญแจ่คู่รัก ที่มีหลากสีหลายขนาด นับเป็นพันๆ ชิ้น ที่เป็นเสมือนสัญญาใจ ของคู่รักมากมายแล้วรู้สึกอิ่มเอม เหมือนได้รับอุ่นไอรักไปด้วยซะงั้น

นอกจากนี้ยังมี Teddy Bear Museum, หอดูดาว, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลก จัดแสดงวัตถุโบราณมากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ, สวนสนุก, ภัตตาหาร และโรงภาพยนตร์ 3 มิติ

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้ไปเลย (แล้วจะพูดทำไม) เพราะหนาวมาก ตอนถ่ายรูปต้องถอดถุงมือ เพราะกดปุ่มไม่ถนัด ความหนาวทำให้นิ้วก้อยชาแข็ง และปวดมากๆ ต้องเอานิ้วเข้าปากเพื่อดูดให้อุ่นถึงจะหาย ถ่ายรูปกันจนแบตกล้องหมดแล้ว รีบนั่งเคเบิ้ลคาร์ลงมา

เราอยู่ที่นี่กันตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็น จนถึงเกือบ 1 ทุ่ม (ไม่รู้ทนไปได้อย่างไรเนี่ย) ยิ่งค่ำยิ่งหนาว แต่ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยวบางคนอดทน ตั้งกล้องรอถ่ายรูปในยามค่ำคืนอย่างอดทน (นับถือความอดทนจริงๆ เลย)

ไปสะกิด Namdaemun Market

หลังจากลงจากเคเบิ้ลคาร์ เราก็พากันลงทางเดิมไต่บันได และทางลาดเดินย้อนกลับมา ที่สี่แยกไฟแดง หากเราเลี้ยวขวาก็จะมุ่งไปสู่สถานี Myeong-dong Station แต่ด้วยสายตาเหลือบไปเห็นป้าย ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) ก็ไม่วายขอแวบไปเดินสักหน่อย

ก็เลยพากันมุดลง Hoeihyeon Underground Arcade ที่ตั้งอยู่ตรงแยกไฟแดง ทีนี่ก็มีของขายหลากหลายเหมือนกัน ทั้งเครื่องแต่งกาย รองเท้า ของชำร่วย เราแวะถามคุณลุง เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าหน้าตาใจดี เค้าก็บอกว่าให้ออกทางออกที่ 11 ก็จะถึงตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market)

แล้วเราก็พากันขอบคุณ และโค้งคำนับ ก่อนพากันเดินไปตามที่บอกก็ออกมาสู่ ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) เดินเล่นสักพักมองว่า ทำไมไม่ค่อยจะมีอะไรเลยก็เบื่อแล้วก็พากันกลับ นี่แหล่ะที่เรียกว่า “สะกิด” แถมสะกิดแบบเบาๆ ด้วยนะ เพราะเดินแค่ไม่ถึง 10 นาทีเอง

เราไม่ค่อยชอบเดินตามตลาดเท่าไหร่ แต่ชอบเดินท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และวัฒนธรรมเสียมากกว่า เพิ่งมารู้ทีหลังว่าส่วนที่เราไปน่าจะเป็นด้านท้ายๆ ตลาด จริงๆ แล้วการเดินทางไปตลาดนัมแดมุนตามคู่มือ จะเริ่มเดินจากประตูนัมแดมุน (ประตูนัมแดมุน เป็นประตูเก่าแก่ของกรุงโซล หรือเรียกว่า ซุงเนมุน แปลว่า ประตูใต้)

โดยตลาดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ สมัยราชวงศ์โชซอน เป็นศูนย์การค้าระหว่างเขตเมืองและเขตชนบท ตลาดนัมแดมุน เป็นตลาดศูนย์การค้าส่งสินค้าหลายชนิด ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ภายในบ้าน อาหาร ดอกไม้ เครื่องมือผมปลอม เครื่องแก้ว เครื่องใช้ เครื่องประดับ ของขวัญ เครื่องกีฬา กระเป๋าเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน และอื่นๆ

หลังจากได้สะกิด ตลาดนัมแดมุนเป็นที่พอใจแล้ว เราก็พากันเดินย้อนกลับกันลงใต้ดินที่ Hoeihyeon Underground Arcade และออกที่ทางออกที่ 6 จากนั้นเลี้ยวขวาที่สี่แยก เพื่อเดินไปอีกประมาณ 400 เมตร ไปยังสถานี Myeong-dong Station เพื่อเดินทางกลับโรงแรม Hotel Mare   ช่วงหลังเริ่มเหนื่อยๆ เนือยๆ กันทั้งคู่ อีกแค่ 2 วันแล้วสินะที่เราต้องกลับ พรุ่งนี้ขอให้แรงจงมาๆๆๆ และจงมาเยอะๆ นะแรง…ขออีกสักตั้งเถอะนะ!