ตอนที่ 15 Namiseom (Namido Island)- Myeongdong Market

วันนี้ตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้า ล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปรับอาหารเช้าที่เมนูเริ่มจะคุ้นเคย ทำไมนะช่างเหมือนกับทุกเช้าทุกอย่างเลย อาบน้ำแต่องค์ทรงเครื่อง และเริ่มออกเดินจากโรงแรมเวลา 09.30 น. มีแวะหนาวและหลงกับการเดินทางไปเกาะนามิ (Namiseom / Namido Island)

ออกจากสถานี Dapsimni ไปลงยังสถานี Gunja แล้ว Transfer ไป Subway Line 7 เพื่อไปลงสถานี Sangbong หลังจากนั้นก็ขึ้นจากใต้ดิน ไปต่อรถไฟเพื่อไปลงยังสถานี Gapyeong นั่งไปก็เหมือนเดิม มีแต่ความมึนและงง

พี่ช้างได้ไปถามนายทหารหนุ่ม ที่นั่งอยู่ในโบกี้เดียวกันยังไงไม่รู้ ได้คำตอบว่านั่งสายนี้นั่นแหล่ะ แต่ที่น้องลิงให้ถามคือลงสถานี Gapyeong ถูกไหม เอาเป็นว่าพี่ข้างบอกว่ากลุ่มทัวร์ชาวจีนที่นั่งอยู่ในโบกี้เดียวกันเนี่ย ต้องไปเกาะนามิเหมือนเราแน่ๆ อย่างไรซะให้ตามๆ เค้าไป

พอมาถึงสถานีหนึ่งก็ได้ยินเสียงประกาศในรถ คุ้นๆ ฟังสำเนียงได้ว่าเป็นสถานี Gapyeong น้องลิงถามพี่ช้างอีกทีว่าสถานี Gapyeong นะไม่ลงเหรอ ในเมื่อพี่ช้างยังคงคำเดิมว่าตามๆ เค้าไป ก็ได้แล้วในที่สุดก็ได้ไปลงที่สถานี Chunchon ซะงั้น

ทีนี้น้องลิงเลยขอร้องพี่ช้างว่า ให้ลองถามคุณผู้ชายท่านหนึ่ง ที่ยืนรอรถอยู่ตรงทางออกในชั้นใต้ดิน เพื่อหลบอากาศหนาวจัด แทนที่จะไปรอบนสถานีรถไฟ สอบถามเรียบร้อยปรากฏว่า ต้องลงสถานี Gapyeong จริงๆ ด้วย

เราก็เลยไม่แตะบัตรออก และยืนรอรถพร้อมกับคุณผู้ชายท่านนั้น ที่กำลังจะเดินทางไปยังสถานี Sangbong แล้วก็ได้พูดคุยสนทนากันระหว่างรอรถได้ความว่า คุณผู้ชายท่านนี้เป็นชาวญี่ปุ่น และเคยมาทำงานในโรงงาน ที่แหลมฉบังบ้านเราเมื่อเกือบสิบปีก่อนด้วยนะ คุยๆ หยุดๆ เป็นช่วงๆ

เค้าใจดีนะแบ่งขนมปังกรอบให้เราด้วย และก็พูดว่าเวลาคนไทยจะกล่าวคำขอบคุณจะพูดว่า “ขอบคุณครับ” ทั้งทำท่ายกมือไหว้ประกอบด้วย ดีใจจังเค้ายังจดจำภาษาไทยได้ เราก็คอยแหงนมองดูป้ายไฟตารางรถไฟเป็นช่วงๆ รอจนจังหวะก่อนรถไฟมา

สักแป๊บก็พากันเดินขึ้นจากใต้ดิน เพราะอากาศข้างบนหนาวสุดๆ เมื่อรถไฟมาก็เลือกที่นั่งข้างๆ คุณผู้ชายท่านนี้ และเพื่อความอุ่นใจ เค้ายังถามคนเกาหลีที่นั่งติดๆ กับเราอีกว่าไปเกาะนามิต้องลงสถานี Gapyeong ใช่ไหม ก็เลยทำให้ต้องเสียเวลานั่งย้อนกลับมาอีก ประมาณเกือบ 20 นาที

สุดท้ายก่อนเตรียมลงที่สถานี Gapyeong เราก็พากันกล่าวขอบคุณและโค้งคำนับ คุณผู้ชายชาวญี่ปุ่น และคู่คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงชาวเกาหลี…ขอบคุณมากๆ ค่ะ-ครับ

ถ้าไปสักสองคนขึ้น…ต่อแท็กซี่ดีกว่าไหม???

ตั้งแต่มาถึงเกาหลีในวันแรกจนถึงวันนี้ เราสองคนก็ยังคงงงมึนและสะเปะสะปะบ้าง ถูกบ้าง ผิดบ้างมาตลอด ทั้งๆ ที่เราก็พยายาม หาข้อมูลก่อนการมาเที่ยวไว้พอควร แต่ก็ยังจับหลักอะไรไม่ได้เลย

ดังนั้นเหมือนเคยเมื่อมาถึง อ่านจากคู่มือบอกว่าเมื่อลงสถานี Gapyeong แล้วต้องไปต่อรถบัส เราก็พากันเดินออกไปนอกสถานี ไม่เห็นวี่แววของรถบัสเลย เดินไปจนถึงป้ายรถเมล์ เพื่อสอบถามนักศึกษาหญิงชายคู่หนึ่ง

เค้าก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่เค้าทั้งคู่แสดงอาการว่ารู้สึกผิดมากๆ กล่าวขอโทษเราอีกแหน่ะ ที่ไม่สามารถช่วยตอบคำถามเราได้ เราก็กล่าวขอบคุณเค้าในความมีน้ำใจ

สุดท้ายพากันเดินกลับมายังสถานรถไฟ เพื่อไปสอบถามเจ้าหน้าที่ Tourist Information ตรงหน้าประตูทางออก (ทำไมตอนเดินออกไปไม่เห็นนะ) ก็ได้ความว่ารถบัสจะมีออกเป็นเวลา และคันต่อไปจะออกเวลา 13.55 น. ค่ารถคนละ 1,000 won

หรือสามารถเรียกแท็กซี่ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที และค่ารถไม่เกิน 3,000 won เราดูนาฬิกาแล้วนี่ก็ 12.50 น. ต้องรออีกเป็นชั่วโมง แล้วถ้านั่งรถบัส 2 คนก็ 2,000 won เพิ่มอีก 1,000 won ไม่ต้องรออีกตั้งเป็นชั่วโมงด้วย

พากันออกมาหน้าสถานี เห็นแท็กซี่จอดเรียงรายก็ชี้ในคู่มือเหมือนเดิมตรงภาษาเกาหลี หมดไป 2,500 won พอจอดแถวๆ ลานจอดรถกว้างๆ และจ่ายเงิน คุณลุงพนักงานขับแท็กซี่ก็ชี้ๆ ว่าให้เดินไปทางนั้นนะอีกด้วย

วันนี้เร็วกว่าทุกวันนะ…สงสัยเพราะหนาวจัด (จะเกี่ยวไหมเนี่ย) ซื้อไส้กรอกชุบแป้งทอด 2 อันหมดไป 4,000 won ตรงร้านค้าด้านหน้าบริเวณขายบัตรผ่าน ไม่อร่อยเลยจริงๆ นะ แล้วก็ซื้อบัตรผ่านราคาคนละ 8,000 won

ราคานี้รวมค่าเรือโดยสารเพื่อไปยังเกาะนามิ (Namiseom / Namido Island) ทั้งไปและกลับ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 20 นาทีก็ถึงที่หมายเกาะนามิที่ตามหา พากันเดินเล่นชมวิวและถ่ายรูปจนถึงบ่ายสี่โมงเย็นก็ออกจากเกาะนามิ (Namiseom / Namido Island)

ความเป็นมาของเกาะนามิ

สำหรับเกาะนามิที่เราได้รู้จักผ่านละครซีรีส์เรื่อง Winter Sonata เพลงรักในสายลมหนาวนั้น ชาวเกาหลีจะเรียกกันว่า นามิซอม (Namiseom) หรือเกาะนามิโด (Namido Island) เป็นเกาะตั้งอยู่กลางแม่น้ำฮัน อยู่ในเมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน

ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตร ลักษณะรูปร่างของตัวเกาะจาก ที่ค้นหาข้อมูลบางแหล่งก็ว่าเหมือนใบไม้ลอยน้ำ บ้างก็ว่าเหมือนรูปพระจันทร์ครึ่งดวง อันเป็นผลมาจากการก่อสร้างเขื่อนชองพยอง (Cheongpyeong)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ว่าชื่อของเกาะนามิ (Namiseom / Namido Island) นี้ ถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนายพลนามิ ซึ่งมีบิดาเป็นผู้อยู่ในตระกูลสูงศักดิ์ และมารดาเป็นเจ้าฟ้าหญิง นายพลนามิเริ่มต้นรับราชการ ด้วยวัยเพียง 17 ปี และมีความสามารถ จนได้รับการเลื่อนขั้น ในตำแหน่งราชการระดับสูง ในวัยเพียง 26 ปี

ชัยชนะที่เป็นเกียรติประวัติสำคัญ คือการปราบกลุ่มกบฏ ในพื้นที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในปี 13 ของพระมหากษัตริย์ที่ 7 คือ กษัตริย์เซโจ (Sejo) ของราชวงศ์โชซอน (ในรัชสมัย 1455-1468)

หลังจากมีการเปลี่ยนรัชกาลใหม่ เขากลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฎ และถูกประหารชีวิตพร้อมกับ มารดาและบริวารรวม 25 คน สุดท้ายแล้วหลังจากมีการพิสูจน์ เมื่อมีการเปลี่ยนรัชกาลใหม่อีกครั้ง

กลับพบว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเป็นเท็จ นายพลนามิจึงได้รับคืนยศถาบรรดาศักดิ์ดังเดิมอีกครั้ง ทั้งนี้ได้มีการสร้างสุสานไว้ เป็นอนุสรณ์เพื่อการรำลึกถึงท่านบนเกาะแห่งนี้

เกาะนามิมีอะไร?

เป็นสถานที่ที่มักจะมีคู่รักหลายๆ คู่ และครอบครัวมาเยี่ยมชมเกาะแห่งนี้ เพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงามเต็มไปด้วย ต้นเกาลัดและทิวสนที่เรียงราย โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ที่ใบไม้ต่างเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงาม

คุณสมบติพิเศษอีกอย่างของเกาะนามิ คือ ที่นี่ไม่เสาโทรศัพท์ เนื่องจากสายไฟฟ้าทุกเส้น จะถูกสร้างไว้ที่ใต้ดินเพื่อรักษา และคงสภาพภูมิทัศน์ของธรรมชาติไว้

นอกจากเหนือไปจากการเดินเล่นชมวิว บนความโรแมนติก สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่จัดเทศกาลนานาชาติ ในหลายๆ งาน ได้แก่ เทศกาลหนังสือนานาชาติที่จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของ KBBY เพื่อปรับปรุงเกี่ยวกับหนังสือสำหรับเด็ก รวมไปถึง YoPeFe เป็นการแสดงของเด็กวัยรุ่นต่างชาติ เกี่ยวกับบทเพลงและการเต้นรำ เพื่อเป็นเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกัน

นอกจากนี้ยังมี the UNICEF Hall, YMCA Life Place, the Foundation for a New Generation Garden, Andersen Hall, Nami Cultural Center, the Hands-on Learning Center,

the Song Museum, the Artists’ Retreat, recycling center, Gallery Raison, and Bonsai Garden เรียกว่ามีที่ให้เดินท่องเที่ยวกันได้ แทบทั้งวันเลยทีเดียว และหากอยากนอนพักแรม ที่นี่ก็มีโรงแรมบริการด้วยนะ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.namisum.com

Myeongdong Market

พากันเดินทางออกจากสถานี Gapyeong มาลงยังสถานี Sangbong และนั่งรถไฟใต้ดินไปลงยังสถานี Gunja เพื่อ Transfer รถไปยัง Subway Line 5 สายสีม่วงไปลงที่สถานี Dongdaemun History Culture Park

เพื่อ Transfer รถอีกครั้ง ไปยัง Subway Line 4 สายสีฟ้า และลงที่สถานี Myeong-dong ในเวลาประมาณ 6 โมงเย็น เดินออกมาจากทางออกที่ 8 เราก็เข้าสู่ เมียงดง หรือตลาดเมียงดง (Myeong-dong) สวรรค์ของนักช้อป และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์รวมแฟชั่นชั้นนำ

เมียงดง หรือตลาดเมียงดง (Myeong-dong) มีร้านค้ามากมายให้เลือกซื้อสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ทั้งใต้ดินและบนดิน สินค้าหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้เครื่องประดับ และเครื่องสำอางที่โด่งดัง และเป็นที่ชื่นชอบสำหรับสาวๆ บ้านเรา

เดินเล่นสักพักใหญ่ๆ ก็ทนความหนาว และความหิวไม่ไหว เลือกหาร้านอาหารแถวๆ นั้น เป็นร้านที่อยู่บนชั้นสองของอาคาร มีที่นั่งริมกระจกสามารถมองลงมา เห็นบรรยากาศคึกคัก ของเหล่าบรรดานักช้อปได้ด้วย

พี่ช้างสั่งข้าวไก่ทอด 4,000 won (อีกแล้วเหรอข้าวไก่ทอด) ส่วนน้องลิงก็หาของแปลกอีกแล้ว (ยังไม่เข็ด) สั่งอุด้งร้อนๆ แก้หนาวไปราคา 3,500 won ผ่าง!!!…อีกแล้วครับท่าน ในชามอุด้งร้อนๆ นั้นมีลูกชิ้น 1 เม็ด และเต้าหู้กับสาหร่ายลอยให้เห็นประปราย

สงสัยจริงๆ ว่าทำไมนะ…สั่งอาหารเส้นทีไรเป็นได้เรื่องทุกทีสิน่า หลังจากอิ่มแล้วก็พากันกลับ โดยแวะหาซื้อยาแก้ไอ ที่ร้านขายยาในสถานี Myeong-dong ก่อนเดินทางกลับโรงแรม Hotel Mare โดยสวัสดิภาพ