ตอนที่ 19 ปิดท้ายทริปที่ Hwaseong Fortress อีกสักครั้ง

วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับทริปมาเลเซีย-เกาหลีของเราแล้วสินะ ตามแผนการท่องเที่ยวที่เราจัดเตรียมไว้กะไว้แค่เดินเล่นชิวๆ ที่ Lotte Duty Free Shop และ Lotte World แต่ด้วยเหตุที่การเที่ยวเมืองซูวอนเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2011 ที่ผ่านมาเรายังติดที่ต้องไปซ่อมยัง Hwaseong Fortress อีกสักครั้ง

บริการถึงที่สุดของ Hotel Mare

เราไปถึงเค้าน์เตอร์โรงแรมเพื่อทำการเช็คเอ๊าท์เวลา 9.30 น. เจ้าหน้าที่หนุ่มสาวคู่นี้ที่บริการเราด้วยความน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลาที่เรามาพักยังโรงแรมแห่งนี้ วันนี้ก็ยังคงเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา เค้ายังคงไถ่ถามด้วยความห่วงใยว่าไฟลท์ออกกี่โมงและยังเปิดโอกาสให้เราสามารถฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมได้ด้วย เราบอกว่าไฟลท์ออกห้าทุ่มกว่าๆ และกำลังจะไปเที่ยวที่ซูวอน แล้วไปต่อที่เกาะวอลมิโดในอินชอนก่อนที่จะต่อรถไฟไปยังสนามบิน เจ้าหน้าที่ทั้งสองพูดคุยปรึกษาหารือกันแล้วหันมาแนะนำเราว่าน่าจะไม่มีเวลาพอสำหรับ 2 ที่นะ และหากฝากกระเป๋าไว้คงย้อนไปย้อนมาเสียเวลาเปล่าๆ พร้อมแนะนำว่าเดินทางจากโรงแรมไปสถานีซูวอน และจากสถานีซูวอนสามารถขึ้นรถ Shuttle Bus ไปยังสนามบินได้เลย

Hwaseong Fortress

รีวิวโรงแรมในโซล, ประเทศเกาหลีใต้

เราก็เลยตกลงตัดเกาะวอลมิโดออก และเลือกที่จะไปที่เมืองซูวอนที่เดียว สักพักเจ้าหน้าที่ก็เคาะคอมพิวเตอร์แบบขมีขมันพร้อมปริ๊นท์รายละเอียดรถ Shuttle Bus มาให้เราโดยที่เราไม่ทันได้ร้องขอเลย ก่อนจากลาขอชักรูปไว้เป็นที่ระลึก กล่าวคำขอบคุณพร้อมโค้งคำนับ และยังคงประทับใจโรงแรมแห่งนี้ไม่หาย ขอบขอบคุณในน้ำใจและบริการที่แสนดีที่มอบให้ และเราจะไปพักยัง Hotel Mare แห่งนี้อีกครั้งหากเรามีโอกาสไปเที่ยวที่เกาหลี

Hwaseong Fortress

คุณลุงและคุณป้าพากันพยักหน้า…แล้วจะปฏิเสธได้อย่างไรกัน

จากสถานี Dapsimini เราต้องไปลงที่สถานี Singil เพื่อ Transfer ไปยัง Subway Line 1 สายสีน้ำเงิน เพื่อไปลงยังสถานี Suwon ระหว่างที่เรานั่งรถเพื่อไปลงยังสถานี Singil ปรากฏว่าวันนี้รถค่อนข้างแน่น เราพากันไปยืนตรงบริเวณที่นั่งของผู้สูงอายุ ที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยมีผู้คนหนาแน่นนัก ด้วยเกรงว่าสัมภาระต่างๆ ของเราจะไปเกะกะสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้โดยสารท่านอื่นๆ ตรงที่เรายืนมีที่นั่งอยู่ 3 ที่นั่ง แอบมองคุณลุงและคุณป้าที่นั่งอยู่เป็นพักๆ ด้วยเกรงว่าเราและสัมภาระของเราที่มันดูเกะกะทุลักทุเลทุกครั้งที่รถจอด เพราะเหล่ากระเป๋าจะคอยเลื่อนไปเลื่อนมา จะทำให้เค้ารำคาญหรือเปล่านะ แต่ด้วยใบหน้าเรียบๆ นิ่งๆ ของคุณลุงและคุณป้าทำให้เรารู้สึกไม่แน่ใจว่าเค้ารู้สึกอย่างไร

แต่เราก็มาเข้าใจว่าจริงๆ แล้วคุณลุงและคุณป้าน่ะก็แอบดูเราอยู่และออกจะใจดีและน่ารักมากมาย เพราะสักพักใหญ่มีคุณลุงลงจากรถไปทำให้ที่นั่งว่าง 1 ที่ คุณลุงที่นั่งอยู่มองหน้าน้องลิงและพยักหน้าเป็นเชิงชวนให้นั่ง น้องลิงก็ยิ้มๆ กล้าๆ กลัวๆ เอาไงดีว้า แล้วคุณป้าที่นั่งอยู่อีกที่ก็พยักหน้าเช่นเดียวกัน น้องลิงก็เลยกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลงด้วยความเกรงใจ คิดในใจว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้ามีคุณลุงคุณป้าขึ้นมาค่อยลุกให้เค้านั่งก็ได้ ไปอีก 2 สถานีคุณลุงก็ลงไปเลยทำให้มีที่นั่งอีกที่ว่าง ก็มีคุณผู้หญิงลงมานั่งแทน เลยไปอีก 2 สถานี ก็มีกลุ่มคุณป้าขึ้นมาอีก 4-5 คน น้องลิงและคุณผู้หญิงลุกขึ้นให้คุณป้ากลุ่มนั้นโดยทันที และมีโอกาสได้นั่งอีกครั้งจนถึงสถานี Singil

ก่อนจะลงจากรถน้องลิงหันไปกล่าวขอบคุณและโค้งคำนับคุณป้าที่ยังคงนั่งอยู่อีกครั้ง แต่คุณป้าก็พูดภาษาเกาหลีโดยแปลทางโทรจิตว่าป้าก็ลงสถานีนี้เหมือนกันจ้ะ…ถึงอย่างไรเราก็ยังอยากขอบคุณสำหรับน้ำใจที่ได้รับในวันนั้นมาอีกครั้ง…ที่เข้าใจและไม่รำคาญเราที่ไปเกะกะอยู่ตรงหน้าซะขนาดนั้น…ขอบคุณมากค่ะ-ครับ

Hwaseong Fortress

และแล้วก็มีโอกาสได้ลองฝากกระเป๋ากับตู้ล็อกเกอร์เสียที

หลังจากมาถึงสถานี Suwon พากันเดินตามป้ายเพื่อออกมายังทางที่จะไปทางออกที่ 5 เรามองหาตู้ล็อคเกอร์เพื่อทำการฝากสัมภาระ ยืนเงอะๆ งะๆ กันสักพักก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรล่ะเนี่ย สักพักมีคุณลุงหน้าตาใจดีมางัดตู้ เอ้ย ไขตู้ต่างๆ อยู่ คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ เข้ามาช่วยสั่งสอนโดยพูดเป็นภาษาเกาหลี เริ่มจาก 1 ถึง 5 ขั้นตอนนะ แต่ขอบอกตรงๆ เลยว่าจำไม่ได้สักกะขั้นตอนล่ะนะ เพราะท้ายสุดพอคุณลุงอธิบายในแต่ละขั้น เราก็ได้แต่ยืนมองหน้าเหวอๆ กัน

สุดท้ายและท้ายสุดเท่ากับว่าคุณลุงทำให้ทุกขั้นตอนเลยล่ะทีนี้ แถมบอกว่าหากมีปัญหาอะไรให้โทรตามเบอร์ที่อยู่บริเวณเครื่องจ่ายเงินนี่นะ เรากล่าวคำขอบคุณพร้อมโค้งคำนับ โดยไม่ได้คิดเลยว่าแล้วตอนมาเอากระเป๋าออกเนี่ยจะต้องทำอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือมัวแต่เหวอลืมไปว่าเจ้ากล้องตัวใหญ่ที่ห้อยคออยู่เนี่ยมันไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ก็กะว่าจะใส่ตู้แล้วลืม ถามคุณลุงว่าไขกุญแจใส่เพิ่มได้ไหม ปรากฏว่าไม่ได้ล่ะจ้า…ตู้นี้ใส่แล้วใส่เลย หากจะเปิดเพื่อใส่ของเพิ่มต้องเริ่มจ่ายเงินใหม่…สุดท้ายปล่อยห้อยไปอย่างนี้แหล่ะดีแล้วเนาะ

วัดพุทธแห่งหนึ่งระหว่างทางไป Hwaseong Fortress

ภายในวัดพุทธแห่งหนึ่งระหว่างทางไป Hwaseong Fortress

Hwaseong Fortress

Tourist Information ทางออก 5 ซ้ายมือ…ซ่อมได้

ครั้งที่แล้วมาซูวอนงงอย่างไร ครั้งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม อย่างไรซะวันนี้ขอซ่อม Hwaseong Fortress ให้ได้ เราพากันออกทางออกที่ 5 แล้วเลี้ยวซ้ายไปยัง Tourist Information เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม การมาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะคุณพี่ผู้ชายเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หยิบโบรชัวร์ที่มีแผนที่มาอธิบายอย่างเสร็จสรรพว่าต้องไปอย่างไร เราเริ่มมีความหวังที่ไม่เลือนรางว่าอย่างไรซะวันนี้เราต้องได้ไปที่ Hwaseong Fortress แน่ๆ แต่ยังไม่วายรบกวนสอบถามเกี่ยวกับ Shuttle Bus ที่ต้องนั่งไปยังสนามบินอินชอนที่ต้องใช้บริการในตอนเย็นไว้กันเหนียว ว่าต้องไปขึ้นรถที่ไหน คุณพี่เจ้าหน้าที่พามาดูด้านหน้าสำนักงานแล้วชี้ไปที่ร้านดังกิ้นโดนัทฝั่งตรงข้ามถนนว่าให้รอที่ป้ายรถเมล์หน้าร้านนั่นแหล่ะนะ

ยัง…ยังไม่พอ เรารบกวนได้อีกสอบถามราคาว่าค่ารถคนละเท่าไหร่ คุณพี่ยังยิ้มได้ใจดีกลับไปที่โต๊ะเคาะคอมพิวเตอร์สักพักก็บอกว่าคนละ 12,000 won เอาล่ะทีนี้คงเต็มอิ่มกับข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดแล้ว ก็ได้เวลาพาตัวเองออกจากสำนักงานได้แล้วก่อนที่จะมีเรื่องรบกวนเขาให้มากไปกว่านี้ กล่าวคำขอบคุณพร้อมโค้งคำนับเช่นเคย หากอยากได้ข้อมูลและแผ่นพับแผนที่เกี่ยวกับเมืองซูวอน ลองแวะมาที่นี่ Tourist Information ตรงทางออกที่ 5 ซ้ายมือนะ รับรองจุใจจ้า…

Hwaseong Fortress

Hwaseong Fortress

Hwaseong Fortress

ไก่ทอดร้านสีเหลืองที่ซูวอน…อร่อยไหมนะ

พากันนั่งรถสาย 11 แล้วลงที่ Pladalmun Market เหมือนครั้งที่แล้วจุดสังเกตง่ายๆ คือมีป้อมตรงวงเวียนขวางอยู่ข้างหน้าก็ลงได้เลย ป้ายนี้ผู้โดยสารจะลงค่อนข้างเยอะ จุดหมายเราคือ ร้านไก่ทอดสีเหลือง จากครั้งที่แล้วได้ลิ้มลองร้านสีแดงไปแล้ว ครั้งนี้ของลองร้านสีเหลืองบ้างล่ะ จากป้ายรถเราก็เดินตรงเข้าไปยังตลาดที่อยู่ในซอย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยที่ 2 เดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาณไม่เกิน 200 เมตร ก็จะเจอร้านไก่ทอดร้านสีเหลือง โดยมีร้านสีแดงอยู่ตรงข้าม

วันนี้สั่งเมนูเดิมคือ Fried Checken 1 จาน และโค้ก 1 ขวด หมดไป 14,000 won แต่เราพากันสรุปว่าร้านสีแดงอร่อยกว่ามากมาย เพราะมาร้านนี้ทานกันไม่หมดล่ะ (เป็นไปได้อย่างไรกันเนี่ย)  เราลงความเห็นกันว่ามันเลี่ยนอย่างมากเพราะแป้งเยอะมากๆ ไก่ก็ชิ้นเล็กมีแต่กระดูกซะส่วนใหญ่ กึ๋นและเท้าไก่ก็ไม่มีให้ รสชาติของไชเท้าดองหวานและรสไม่จัดเท่าร้านสีแดง แต่มีน้ำจิ้มนี่แหล่ะที่รสชาติจัดกว่าร้านแดง ด้วยความเลี่ยนทั้งหมดพาให้เราผะอืดผะอมและสยองไก่ทอดกันไปหลายวันเลยทีเดียว แต่อย่างไรซะก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลเนอะ

Hwaseong Fortress

หลบหน่อย…พระเอกมา

แผนที่ที่ได้รับมาจาก Tourist Information ตรงทางออกที่ 5 ค่อนข้างแม่นยำและเราก็ใช้เป็นตัวนำทางสำหรับการเดินชม Hwaseong Fortress ในวันนี้ โดยเริ่มจาก Pladalmun เราเลี้ยวซ้ายจากป้ายรถ แล้วเดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามเดินลัดเข้าไปในซอยแรกเดินตรงไปก็จะเจอกับวัดแห่งหนึ่งขวางแยกอยู่ ขณะกำลังยืนเล็งกล้องเพื่อถ่ายรูปโดยลืมว่ากำลังอยู่กลางถนน น้องลิงเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางเรา ก็ตะโกนโหวกเหวกบอกพี่ช้าง พร้อมพากันเบียดตัวเข้าหากันตรงกลางถนนนั่นแหล่ะ แต่ด้วยหน้าตาที่แสดงความเสียวสุดฤทธิ์หรืออย่างไรไม่ทราบ คุณลุงผู้ขับมอเตอร์ไซด์คันดังกล่าวส่งเสียงหัวเราะดังลั่นถนนไปกับท่าทางบีบตัวและหน้าตาแสดงความกลัวประกอบเสียงโหวกเหวกขอโทษขอโพยของเรา แล้วคุณลุงก็เลี้ยวหายเข้าไปในวัดดังกล่าว มองหลังไวๆ คาดว่าเป็นรถส่งไก่ทอดของร้านสีแดงนั่นเอง

จากนั้นเราก็เลี้ยวขวาเดินกันต่อไปสักไม่เกิน 20 เมตร ก็เจอคุณลุงมอเตอร์ไซด์คันเดิมจอดอยู่ขวามือหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง คุณลุงส่งยิ้มมาให้แต่ไกลเพราะคงจำเราได้ เราก็ส่งยิ้มให้แก้มปริจนเดินไปถึงจุดที่คุณลุงยืนอยู่ แล้วคุณลุงก็ยื่นถุงป๊อบคอร์นให้เรา น้องลิงกะจะคว้าหมับทั้งถุงแล้วเชียว อ่ะ..ล้อเล่น เราพากันล้วงไปหยิบคนละคำพอเพราะเกรงใจที่คุณลุงพยายามคะยั้ยคะยอ กล่าวคำขอบคุณพร้อมโค้งคำนับทำไมนะช่างน่ารักเช่นนี้ แอบนึกว่าถ้าเราไปเซ่อซ่าขวางถนนที่ไหนสักแห่งจะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนหรือแตกต่างไปจากนี้หรือเปล่าหนอ

Hwaseong Fortress

ไป Hwaseong Fortress โดยเดินตามแผนที่เด๊ะๆ

เดินต่อไปอีกนิดเดียวจะถึง Paldalmun Tourist Information เป็นจุดที่สามารถเดินเล่นไปตาม Hwaseong Fortress ที่ทอดยาวไปเรื่อย แต่เรายังไม่เลือกที่จะขึ้นทางนี้เลยแวะแค่เข้าห้องน้ำ เมื่อเราเดินทะลุมาจนถึงวงเวียนก็เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปตามถนน Paldalro เพื่อมุ่งสู่ Hwaseong Haenggung หยุดแวะถ่ายรูปก่อนเดินไปตามถนน Paldalro ไปสู่ Jangamun เสียค่าธรรมเนียมเช้าชมคนละ 1,000 won แล้วไต่ขึ้นไปเดินตามความยาวที่คดเคี้ยวของป้อม

Hwaseong Fortress

ที่นี่เรามีโอกาสได้ถ่ายรูปคู่เป็นครั้งแรกเพราะคุณลุงใจดี คงเห็นเราเอาแต่ถ่ายรูปสถานที่ เลยอาสาถ่ายรูปให้แถมคุณลุงปีนขึ้นลงบนขอบป้อมในจุดต่างๆ เพื่อหามุมให้รูปออกมาดูดี แต่พวกเราสิเสียวคุณลุงจะหล่นลงไป ชักรูปได้ 2 รูปก็ต้องรีบกล่าวขอบคุณพร้อมโค้งคำนับด้วยความเกรงใจและซึ้งใจสุดๆ เราพากันเดินต่อไปเรื่อยๆ จั้งแต่ Jangamun, Bukdong Jeokdae, Bukdongchi, Bukdong Poru, Hwahongmun มาจนถึง Dongbuk Gangnu แล้วก็หลงล่ะทีนี้ เดินไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่บ่าย 3 โมงจนปาเข้าไปเกือบ 4 โมงครึ่ง ตามแผนแล้วเราต้องกลับไปที่สถานีซูวอน เพื่อขึ้นรถ Shuttle Bus ไปยังสนามบินอินชอนในเวลา 18.00 น.

ตอนนี้ล่ะเดินปั่นขากันเป็นระวิงเลยล่ะ โดยยึดเดินตามถนนไปเรื่อยๆ จนออกมาถึงถนนที่เริ่มมีป้ายรถและสอบถามจากคุณลุงว่าจะไปสถานีซูวอนไปอย่างไร คุณลุงพูดเกาหลีว่าป้ายนี้แหล่ะ แต่เราสิไม่รู้ว่าป้ายนี้ต้องขึ้นสายอะไร เอาน่า…อย่างน้อยก็ถูกป้ายแล้วนิ สักพักเห็นรถสาย 10-5 มีเขียนว่า Suwon Station พี่ช้างสอบถามคุณลุงพนักงานขับรถว่าไปได้ ก็พากันขึ้นและนั่งรถไปไม่เกิน 15 นาทีก็ถึงสถานีซูวอนจนได้

Hwaseong Fortress

จะไปขึ้นรถ Shuttle Bus ที่ทางออกไหนดี

เดินมุดๆ เข้าไปในสถานีซูวอนเพื่อไปเอากระเป๋าที่ตู้ล็อคเกอร์ที่ฝากไว้เมื่อเช้า จะเอ๋…เจอกับคุณลุงท่านเดิมที่ช่วยเรายัดกระเป๋าลงในล็อคเกอร์ได้เมื่อเช้า และเหมือนเคยคุณลุงเข้ามาช่วยเราเอากระเป๋าออกจากล็อคเกอร์ด้วยกรรมวิธี 1-5 ที่เราก็ยังคงไม่เข้าใจเหมือนเดิมจนได้ ยังนึกไม่ออกเลยถ้าไม่เจอคุณลุงนี่จะสามารถไหมล่ะเนี่ย…กล่าวคำขอบคุณพร้อมโค้งคำนับคุณลุง แล้วรีบพากันจ้ำๆ และคิดเอาเองว่าป้ายรถน่าจะอยู่ทางออกที่ 6 เพราะอยู่กับทางออกที่ 5 ได้ผลล่ะทีนี้แบกๆ ลากๆ กระเป๋าโผล่มาทางออกที่ 6 อ้าว…ไม่เห็นเลยคนละทิศละทางแล้วล่ะนี่

เอาอย่างไรต่อขอมุดลงไปใหม่ เกิดความคิดว่าไปทางออกที่ 5 แล้วเลี้ยวขวาสิ แล้วก็ได้ผล…ผ่าง!!! ที่แท้ป้ายรถ Shuttle Bus หน้าร้านดังกิ้นโดนัทอยู่ตรงปากทางออกที่ 3 ต่างหาก ไปถึงป้ายรถเมล์พอดีเป๊ะๆ 18.00 น. แต่…นั่งรอรถท่ามกลางความหนาวเหน็บสุดๆ ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงได้รถถึงมา พอขึ้นรถได้ด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเดินบ้าเลือดมาทั้งวันของีบสักหน่อยก็แล้วกัน…

Hwaseong Fortress

7 กก. ที่เกาหลีนี่เคร่งเหมือนกันนะเนี่ย

มาถึงสนามบินตอนทุ่มครึ่งได้ โดยรถจะมาส่งด้านหน้าเลยแค่เดินทะลุประตูก็เข้าสู่ส่วนเช็คอินและโหลดกระเป๋าแล้ว แต่เราพากันไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศกันก่อน โดยเลือกใส่เฉพาะเสื้อแขนยาวและกางเกงยีนส์ ถุงเท้าที่ใส่ไว้หลายคู่ก็ถอดเหลือคู่เดียว เพราะในสนามบินค่อนข้างอุ่นจนร้อน จัดแจงกระเป๋าใหม่ให้เรียบร้อยก่อนไปยังช่อง H ซึ่งเป็นส่วนของเช็คอินและโหลดกระเป๋าของแอร์เอเชีย จากนั้นก็เดินหา Gate 110 อยู่ไหนล่ะเนี่ย เดินสักพักสอบถามเจ้าหน้าที่ Information ได้ความว่าต้องนั่งรถไฟไปนะจ๊ะ

อืม…จริงด้วยนะ ลืมไปขามาอย่างไร ขากลับก็ไม่น่าจะต่างนี่นะ เลยแถมสอบถามเจ้า T-Money ที่ลืมคืนเงินที่ค้างในบัตรอยู่ว่าต้องทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ว่าในนี้ไม่มีเครื่องคืนเงิน แต่เก็บไว้ได้ไม่มีวันหมดอายุ…อ้าว! ไม่เป็นไรเพราะเราว่ากันว่าหากมีโอกาสเราจะกลับมาที่เกาหลีอีกแน่นอน ว่าแล้วก็เดินตามป้าย เพื่อไปยัง Gate 110 โดยนั่งรถไฟไม่เกิน 10 นาที ผ่าน ตม. เกาหลีเรียบร้อยดี แต่ก่อนเข้าไปสแกนนะสิ เป้ที่แบกมาโดนเรียกชั่งน้ำหนักซะงั้น เราพยายามบอกว่าเป็นของฝากพวกช็อคโกแลตนะ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันให้ชั่ง เอ้า…ชั่งก็ชั่ง และแล้วก็แค่ 4 กก. กว่าๆ เอง

Hwaseong Fortress

เมื่อเข้ามาใน Gate เรียบร้อยดี เพิ่งจะรู้สึกว่าหิว เพราะตั้งแต่กลางวันไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย ด้วยเวลานี้ประมาณเกือบ 4 ทุ่มแล้ว ร้านรวงเริ่มทยอยปิด แม้แต่ร้านสุดท้ายที่ดับความหวังเราดังพรึ่บ มุ่งเข้าไปร้านดังกิ้นโดนัทหมายมั่นว่าอย่างน้อยมีอะไรรองท้องหน่อยก็ยังดี แต่พนักงานสาวแจ้งว่าปิดแล้ว…อดจนได้ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามีเจ้า Krispy Kreme ที่เหลืออยู่เมื่อวานใส่ไว้ในเป้นี่นะ เลยงัดขึ้นมาหม่ำกันจนเรียบ หิวน้ำล่ะสิทำอย่างไร นั่นไงน้ำดื่มสาธารณะไง แอบเห็นสาวขาวต่างชาติเอาขวดเปล่ามาเติมน้ำด้วย เราเลยว่ากันว่าคราวหน้าเอามั่งดีกว่าแบบนี้

แล้วก็รอ…และรอจนได้เวลาขึ้นเครื่องประมาณ 23.20 น. ระหว่างเดินทางจากสนามบินอินชอนสู่ LCCT ไม่สามารถหลับได้เลย พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถ คราวหน้าเห็นทีจะต้องหายาแก้แพ้ หรือยาแก้เมารถมาเป็นตัวช่วยซะแล้ว…

South Korea Travel

รีวิวที่พักและโรงแรม และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศเกาหลีใต้   ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว Travel Information and Gallery สถานที่ท่องเที่ยว Theme of Travel สถานที่ท่องเที่ยวในโซลใกล้ซับเวย์ Seoul Travel near by Subway ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยว Useful Information

รีวิวที่พักและโรงแรม Hotel Review

กรุงโซล (Seoul)
อินชอน (Incheon)
เกาะเชจู (Jeju)
ปูซาน (Busan)

บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยว Travel Review

ทริปประเทศมาเลเซีย-เกาหลีใต้ บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย-เกาหลีใต้ 28.12.2010 – 15.01.2011

รายชื่อเกสต์เฮ้าส์และโฮสเทล Guesthouse and Hostel List

Singapore Travel

รีวิวที่พักและโรงแรม และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศสิงคโปร์

รีวิวที่พักและโรงแรม Hotel Review

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว Travel Information and Gallery

Coming Soon!

รายชื่อเกสต์เฮ้าส์และโฮสเทล Guesthouse and Hostel List

รวบรวมรายชื่อ เพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว, ดูแผนที่่ตั้ง, รูปภาพ และรายละเอียดเพิ่มเติม
Hong Kong Travel

รีวิวที่พักและโรงแรม และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศฮ่องกง

รีวิวที่พักและโรงแรม Hotel Review

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว Travel Information and Gallery

Coming Soon!

รายชื่อเกสต์เฮ้าส์และโฮสเทล Guesthouse and Hostel List

รวบรวมรายชื่อ เพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว, ดูแผนที่่ตั้ง, รูปภาพ และรายละเอียดเพิ่มเติม
Macau Travel

รีวิวที่พักและโรงแรม และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศมาเก๊า

รีวิวที่พักและโรงแรม Hotel Review

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว Travel Information and Gallery

Coming Soon!
Malaysia Travel

รีวิวที่พักและโรงแรม และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศมาเลเซีย

รีวิวที่พักและโรงแรม Hotel Review

บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยว Travel Review

ทริปประเทศมาเลเซีย-เกาหลีใต้ บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย-เกาหลีใต้ 28.12.2010 – 15.01.2011
Thailand Hotel Review
หมวดหมู่
เรื่องล่าสุด
Top Destinations

Hotels in Busan

South Korea
  • ปูซาน, พูซาน 96 hotels

Hotels in Gyeongju

South Korea
  • เคียงจู 46 hotels

Hotels in Hong Kong

Hong Kong
  • ฮ่องกง 288 hotels

Hotels in Incheon

South Korea
  • อินชอน 62 hotels

Hotels in Jeju

South Korea
  • เกาะเชจู, เจจู 65 hotels

Hotels in Kuala Lumpur

Malaysia
  • กัวลาลัมเปอร์ 407 hotels

Hotels in Macau

China
  • มาเก๊า 61 hotels

Hotels in Seoul

South Korea
  • โซล 479 hotels

Hotels in Singapore

Singapore
  • สิงคโปร์ 415 hotels

Hotels in Tokyo

Japan
  • โตเกียว 601 hotels

Hotels in Bangkok

Thailand
  • กรุงเทพ 998 hotels

Hotels in Chiang Mai

Thailand
  • เชียงใหม่ 418 hotels

Hotels in Hua Hin

Thailand
  • หัวหิน 211 hotels

Hotels in Koh Samui

Thailand
  • เกาะสมุย 553 hotels

Hotels in Pattaya

Thailand
  • พัทยา 503 hotels

Hotels in Phuket

Thailand
  • ภูเก็ต 1,089 hotels

หมวดหมู่